So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

03 มิถุนายน 2558 กสทช. ระบุ กรณี ไทยทีวี จะยกเลิกใบอนุญาตจะต้องโดนยึดหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือ แบงก์การันตี ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตหลังการประมูล โดยเป็นอัตรา 100% ของเงินค่าประมูล

ประเด็นหลัก










       รวมถึง ผู้ที่ยกเลิกใบอนุญาตจะต้องโดนยึดหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือ แบงก์การันตี ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตหลังการประมูล โดยเป็นอัตรา 100% ของเงินค่าประมูล ทั้งนี้ แบงก์การันตีในงวดแรกผู้ประกอบการทุกรายได้จ่ายไปแล้วพร้อมกับค่างวดเมื่อ 24 พ.ค.57 ทำให้หากบริษัท ไทยทีวี จะยกเลิกใบอนุญาต จะต้องถูกยึดแบงก์การันตีในส่วนที่เหลือในงวดที่ 2- งวดที่ 6 ใน 2 ช่องรายการ รวมเป็นมูลค่าประมาณ 1,634.4 ล้านบาท





_______________________







ขู่เจ๊ติ๋ม15วันยึดแบงก์การันตี 'สุภาพ'รับเปลี่ยนผ่านดิจิตอลเหลว

กสทช.เดดไลน์ไทยทีวีไม่จ่ายเงินภายใน 15 วัน ยึดแบงก์การันตีพร้อมขึ้นเงินจากธนาคารกรุงเทพทันที ส.ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลชี้ไม่อยากเป็นประเทศที่ล้มเหลวทางด้านการเปลี่ยนผ่าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ค.58 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้มีการลงนามในหนังสือแจ้งไปยัง บริษัท ไทยทีวี จำกัด เพื่อให้บริษัท ไทยทีวี ดำเนินการชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 พร้อมอัตรา 7.5% ต่อปี ภายหลังพบว่าบริษัท ไทยทีวี ซึ่งเป็นผู้ถือครองใบอนุญาตทีวีดิจิตอลจำนวน 2 ช่อง ได้แก่ ช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ไม่ได้ชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอล หลังจากเลยกำหนดชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.58

โดยในหนังสือจะมีการระบุว่า ขอให้บริษัท ไทยทีวี ตอบกลับหนังสือภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งในกรณีดังกล่าวหากบริษัทไทยทีวีขอเลื่อนชำระหนี้ ทาง กสทช.ก็จะอนุโลมให้เลื่อนเวลาออกไป แต่ก็ต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี แต่หากทางบริษัท ไทยทีวี ตอบหนังสือกลับมาว่าจะไม่ชำระเงินในส่วนดังกล่าว หรือเพิกเฉยไม่ตอบกลับหนังสือใน 15 วัน ทาง กสทช.จะนำหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน (แบงก์การันตี) ไปขอขึ้นเงินกับทางสถาบันการเงินที่รับรองให้บริษัท ไทยทีวี ทันที คือธนาคารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ กสทช.ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว กสทช.จึงจะดำเนินการฟ้องร้องผู้ประกอบการ เพื่อเรียกค่าดอกเบี้ยที่เลยกำหนดชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลในงวดที่ 2 ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ธนาคารได้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้น

“ผมอยากให้คุณติ๋ม (นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี จำกัด) คิดให้ดีๆครับ เพราะยังไงถ้าคุณติ๋มไม่จ่ายเงิน กสทช. ก็ไปขึ้นเงินได้กับธนาคาร และธนาคารก็ไปแจ้งเอาเงินจากไทยทีวีได้อีกต่อ ซึ่งส่วนตัวผลอยากให้คุณติ๋มสู้ต่อนะ” นายฐากรกล่าว

นายฐากรกล่าวว่า ส่วนจากที่มีกระแสข่าวว่า บริษัท ไทยทีวี เตรียมจะฟ้องร้อง กสทช.ต่อศาลปกครอง เบื้องต้นเห็นว่าหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริงทาง กสทช.ก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล

นอกจากนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้นำเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 ที่ได้รับจากทั้ง 22 ช่องรายการ จำนวน 7,854.6 ล้านบาท ส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้แก่ทางกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อย พร้อมนำส่งเงินอีก 549.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรเช่นกัน

ด้านนายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เปิดเผยว่า กรณีของสถาทีโทรทัศน์ช่องไทยทีวีที่เกิดขึ้น ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นปัญหาของผู้ประกอบการทีวีเพียงช่องเดียว โดยหลายช่องเลือกใช้วิธีที่จะนำเงินมาจ่ายก่อนแล้วยื่นฟ้องต่อมาในภายหลัง แต่ในส่วนของไทยทีวีเลือกที่จะฟ้องก่อน ถือว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด โดยปัญหาที่เกิดขึ้นก็เนื่องมาจากความไม่พร้อมในหลายด้าน ทั้งเรื่องของโครงข่ายและการเปลี่ยนผ่านระบบ ซึ่งองค์กรที่กำกับดูแลหรือรับผิดชอบนั่นก็คือ กสทช. และความไม่พร้อมในกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้เอง ก็ได้ส่งผลกระทบมายังผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเป็นอย่างมาก.


http://www.thaipost.net/?q=ขู่เจ๊ติ๋ม15วันยึดแบงก์การันตี-สุภาพรับเปลี่ยนผ่านดิจิตอลเหลว


____________________________

เจ๊ติ๋มบอกลาทีวีดิจิตอล 'สรยุทธ์'โยนขี้ใส่"ช่อง7" จ่ายค่าประมูลเป็นเจ้าแรก




        ASTVผู้จัดการรายวัน - "เจ๊ ติ๋ม แห่งทีวีพูล" ส่งหนังสือถึงกสทช. แจ้งยกเลิกใบอนุญาตและประกอบกิจการทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ด้านกสทช.นัดถกวันนี้(27พ.ค.) ยันถึงเลิกแต่ต้องโดนยึดแบงก์การันตี งวดที่ 2 ถึง 6 รวม 1,634.4 ล้านบาท ส่วน 'กสทช.ธวัชชัย' แนะ 2 ทางออก หาคนแบ่งเช่าเวลาไม่เกิน 40% หรือ หาผู้ร่วมทุนใหม่ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ จวก"สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา" เสี้ยมอีกแล้ว กล่าวหาช่อง 7 จ่ายค่าประมูลทีวีดิจิตอลก่อน
     
       เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 ได้มีการส่งหนังสือ 2 ฉบับ ลงชื่อ นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ 'เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล' ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยทีวี จำกัด เพื่อขอยกเลิกใบอนุญาต และการประกอบกิจการ ต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
     
       ทั้งนี้หนังสือฉบับแรก ได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาต และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ข่าวสาร และสาระ ช่องรายการไทยทีวี และฉบับที่สอง ขอยกเลิกใบอนุญาต และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว ช่องรายการ LOCA
     
       เนื้อหาหนังสือ 2 ฉบับ ระบุว่า ตามที่บริษัท ไทยทีวี จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่ฯ จากคณะกรรมการ กสทช. ตามที่อ้างข้างต้น แต่ปรากฏว่า นับแต่บริษัทได้รับใบอนุญาตเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2557 จนถึงปัจจุบัน กสทช.กลับมิได้ดำเนินการใดๆ เพื่อให้มีการควบคุมหรือกำกับดูแลการเปลี่ยนผ่านระบบการรับชมสัญญาณโทรทัศน์ ในระบบภาคพื้นดินไปสู่การรับส่งสัญญาณระบบดิจิตอลให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับ1 พ.ศ. 2555-2559 หรือตามที่ กสทช.ได้ ประกาศและประชาสัมพันธ์ไว้ จนเป็นเหตุให้ประชาชนทั้งประเทศไม่สามารถรับชมสัญญาณภาพและเสียงโทรทัศน์ในระบบทีวีดิจิตอลได้อย่างกว้างขวาง มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานสากล ซึ่งการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการอย่างร้ายแรง
     
       โดยบริษัทเคยมีหนังสือบอกกล่าวให้ กสทช.ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด และตามแผนแม่บทแล้วหลายครั้ง แต่กสทช.ยังคงเพิกเฉยไม่ดำเนินการ แก้ไขหรือเยียวยาใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ด้วยเหตุผลดังกล่าว บริษัทจึงเรียนมาเพื่อขอบอกเลิกใบอนุญาตและเลิกการประกอบกิจการตามใบอนุญาต โดยขอให้มีผลภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ กสทช.ได้รับหนังสือฉบับนี้ โดยบริษัทไม่จำเป็นต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการใดๆ เพราะผู้ใช้บริการรับชมทีวีดิจิตอล มีจำนวนไม่มาก เนื่องจากความบกพร่องและการล่าช้าของ กสทช.โดยบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป
     
       นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกสทช.กล่าวว่า เบื้องต้นสำนักงานกสทช.จะยังส่งหนังสือแจ้งเตือนค่าปรับ กรณีที่พ้นกำหนดชำระค่าประมูลในอัตรา 7.5 % ต่อปีของเงินงวดที่ 2 ตามกระบวนการ แต่ทั้งนี้มองว่าบริษัท ไทยทีวี ยังมีทางออกโดยสามารถแบ่งเวลาให้ผู้อื่นเช่าไม่เกิน 40 % หรือการหาผู้ร่วมทุนมาซื้อหุ้นได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีสัดส่วนการถือหุ้นไม่ผิดจากข้อกำหนดที่ระบุไว้
     
       ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการกสทช.ด้านกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า สำนักงานกสทช.ได้เชิญบริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล 2 ช่อง คือ ช่องโลก้า และช่องไทยทีวี ร่วมพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจและรับฟังคำอธิบายเกี่ยวกับเงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆ ในวันที่ 27 พ.ค.58 เวลา 14.00น. เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานกสทช. เพื่อขอยกเลิกใบอนุญาตและประกอบกิจการทีวีดิจิตอล โดยขอให้มีผลภายใน 15 วันนับตั้งแต่ กสทช. ได้รับหนังสือ
     
       สำนักงานกสทช.ขอชี้แจงว่า ผู้ประกอบกิจการมีสิทธิ์ที่จะขอยกเลิกใบอนุญาตที่ได้ประมูลไป แต่ทั้งนี้ต้องทำการแจ้งมาให้สำนักงานกสทช.รับทราบล่วงหน้า เพื่อให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ลงมติพิจารณาว่าสามารถกระทำการยกเลิกได้ ผู้ประกอบการจึงจะสามารถทำการยกเลิกได้ ซึ่งเมื่อยกเลิกแล้วผู้ประกอบการจะต้องทำการเยียวยาต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่ให้สำนักงานกสทช.เป็นผู้เยียวยา
     
       รวมถึง ผู้ที่ยกเลิกใบอนุญาตจะต้องโดนยึดหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือ แบงก์การันตี ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตหลังการประมูล โดยเป็นอัตรา 100% ของเงินค่าประมูล ทั้งนี้ แบงก์การันตีในงวดแรกผู้ประกอบการทุกรายได้จ่ายไปแล้วพร้อมกับค่างวดเมื่อ 24 พ.ค.57 ทำให้หากบริษัท ไทยทีวี จะยกเลิกใบอนุญาต จะต้องถูกยึดแบงก์การันตีในส่วนที่เหลือในงวดที่ 2- งวดที่ 6 ใน 2 ช่องรายการ รวมเป็นมูลค่าประมาณ 1,634.4 ล้านบาท
     
       *** 'เจ๊ติ๋ม' เคลียร์ทุกประเด็น
     
       สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดทางด้านบริษัท ไทยทีวีนั้น ระบุว่า ในวันที่ 27 พ.ค.เวลา 17.00 น.นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย พร้อมเคลียร์ทุกประเด็นที่ทุกคนสงสัยในสาเหตุที่ทำการยกเลิกทำทีวีดิจิตอล กันแบบสดๆ ในช่วงรายการสน.17 ที่ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ชั้น 1 สตูดิโอ 1
     
       ***'สรยุทธ์'เอาดีใส่ตัว โยนขี้ใส่'ช่อง7'
     
       ขณะที่ในโลกโซเชียลได้มีการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบกับ นายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินการรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งเป็นระบุถึงในลักษณ์เอาดีใส่ตัว แต่ให้ร้ายคนอื่น เนื่องจากในวันที่ 26 พ.ค.ได้ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 ชี้ว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เอชดี ซึ่งเป็นช่องคู่แข่ง จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลงวด 2 ก่อน ทำให้ช่องอื่นที่กำลังเรียกร้องให้มีการเลื่อนจ่ายค่าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลออกไปอีก 1 ปี ต้องจำใจจ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลไปด้วย และเป็นเหตุให้นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย เจ้าของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ขอยกเลิกใบอนุญาตทีวีดิจิตอลที่ประมูลได้ 2 ช่อง คือช่องไทยทีวี และช่องโลก้า
     
       ทั้งนี้ ในเว็บไซต์พันทิปมีผู้แสดงความคิดเห็นในเชิงที่ว่า นายสรยุทธ์ดิสเครดิตช่อง 7 เอชดี ทั้งที่ทำตามกฎ แล้วคนอื่นต้องทำตามกฎ โดยเป็นหน้าที่ที่ต้องจ่ายค่าประมูลอยู่แล้ว เหมือนเช่าบ้าน ถึงเวลาจ่ายค่าเช่าก็ต้องจ่าย เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรกระทำ น่าชื่นชมและน่าเอาเยี่ยงอย่างด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าคนทำถูกต้อง กลับโดนตำหนิ เป็นต้น.


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000059917&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=Manager+Morning+Brief+27-5-58&utm_campaign=20150527_m125948229_Manager+Morning+Brief+27-5-58&utm_term=_E0_B9_80_E0_B8_88_E0_B9_8A_E0_B8_95_E0_B8_B4_E0_B9_8B_E0_B8_A1_E0_B8_9A_E0_B8_AD_E0_B8_81_E0_B8_A5_E0_B8_B2_E0_B8_97_E0_B8_B5_E0_B8_A7_E0_B8_B5_E0_B8_94_E0_B8_B4_E0_B8_88_E0_B8_B4_E0_B8_95_E0_B8_AD_E0_B8_A5+_27_E0_B8_AA_E0_B8_A3_E0_B8_A2_E0_B8_B8_E0_B8_9