So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

01 พฤษภาคม 2558 DTAC เปิดตัว'Capture App' รับฝากภาพและวิดีโอสูงสุด 100GB! ระบุ ผู้ใช้มือถือชาวไทยมีอัตราการทำโทรศัพท์ สูญหายประมาณ 4 เครื่องต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับลูกค้าดีแทค ที่มีการแจ้งหายมากกว่า 1,000 รายต่อเดือน

ประเด็นหลัก



อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้มือถือชาวไทยมีอัตราการทำโทรศัพท์ สูญหายประมาณ 4 เครื่องต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับลูกค้าดีแทค ที่มีการแจ้งหายมากกว่า 1,000 รายต่อเดือน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวภาพและวิดีโอที่มีอยู่ในมือถือ จึงต้องการบริการจัดเก็บภาพและวิดีโอเพื่อสำรองข้อมูล ซึ่งเป็นแนวคิดของแอพพลิเคชั่น Capture App ซึ่งดีแทคพยายามนำเสนอสู่ลูกค้าในยุคดิจิตอลที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย โดย Capture App สามารถทำได้ทั้งการ Save (บันทึก) See (ชม) Share (แชร์) ด้วยการจัดเก็บทั้งรูปและวิดีโอตามความละเอียดของต้นฉบับ แม้จะมีความละเอียดสูงก็ตาม

_____________________________________________________

















พื้นที่แห่งความทรงจำ! 'Capture App' รับฝากภาพและวิดีโอสูงสุด 100GB!


ดีแทค เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ ในชื่อ Capture App (แคปเจอร์ แอพ) เพื่อจัดเก็บภาพและวิดีโอฟรีสำหรับลูกค้า พร้อมให้ลูกค้าข่ายอื่นได้ลองใช้ฟรี 2GB…

เชื่อว่าทุกคนที่ใช้สมาร์ทโฟน ต้องเคยถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือของตัวเองมาแล้ว...อีกหนึ่งปัญหานอกจากเรื่องความคมชัด หรือมุมสวยๆ ในการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่ายนั้น ยังมีเรื่องพื้นที่จัดเก็บเป็นอีกเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะมือถือที่มีหน่วยความจำไม่มาก การลบและเลือกภาพที่จะเก็บไว้ อาจเป็นเรื่องชวนให้ลำบากใจ เพราะรูปนั้นก็ดี รูปนี้ก็สวย หรือหากวันไหนโชคร้าย มือถือหาย! หรือเสีย! ก็กลายเป็นสูญเสียความทรงจำเหล่านั้นไปด้วย

นายซิควาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า เราเปิดตัว Capture App เพื่อให้ลูกค้ามีพื้นที่ในการจัดเก็บภาพถ่ายและวิดีโอบนมือถือ ด้วยการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าทั่วไป ไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี

ปัจจุบันเทรนด์การถ่ายภาพด้วยมือถือนั้น ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยพบว่ามีสัดส่วนถึง 81% ที่ใช้กล้องมือถือในการถ่ายภาพ และ 64% ยังมีนิยมใช้มือถือถ่ายภาพอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ทำให้สถิติการโพสต์ภาพผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2557 คนไทยได้โพสต์ภาพขึ้นเฟซบุ๊กถึง 497 ล้านภาพ และยังโพสต์ภาพและวิดีโอบนอินสตาแกรม อีกกว่า 99.4 ล้านครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้มือถือชาวไทยมีอัตราการทำโทรศัพท์ สูญหายประมาณ 4 เครื่องต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับลูกค้าดีแทค ที่มีการแจ้งหายมากกว่า 1,000 รายต่อเดือน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวภาพและวิดีโอที่มีอยู่ในมือถือ จึงต้องการบริการจัดเก็บภาพและวิดีโอเพื่อสำรองข้อมูล ซึ่งเป็นแนวคิดของแอพพลิเคชั่น Capture App ซึ่งดีแทคพยายามนำเสนอสู่ลูกค้าในยุคดิจิตอลที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย โดย Capture App สามารถทำได้ทั้งการ Save (บันทึก) See (ชม) Share (แชร์) ด้วยการจัดเก็บทั้งรูปและวิดีโอตามความละเอียดของต้นฉบับ แม้จะมีความละเอียดสูงก็ตาม

สำหรับ Capture App เปิดให้บริการในประเทศนอร์เวย์และเซอร์เบีย มาแล้วประมาณ 1 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ในโลก แต่เป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปิดให้บริการ ซึ่งศูนย์จัดเก็บข้อมูลนี้อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยดีแทคตั้งเป้าผู้ใช้งาน Capture App ไว้ที่ 300,000 รายภายในสิ้นปีนี้

หากคุณสนใจใช้งาน Capture App สามารถทำได้ ดังนี้...

1. ค้นหาคำว่า Capture App จาก App Store หรือ Play Store เพื่อดาวน์โหลด

2. ลงทะเบียนใช้งาน ด้วยเบอร์โทรศัพท์และอีเมล์

3. รอรับเอสเอ็มเอสแจ้งรหัส สำหรับเข้าใช้งานครั้งแรก

4. เมื่อเข้าสู่แอพพลิเคชั่นแล้ว ก็สามารถเลือกเชื่อมต่อรูปและวิดีโอบนมือถือของคุณได้ทันที ทั้งยังสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็นการจัดเก็บภาพแบบอัตโนมัติ หรือเลือกด้วยตนเอง และยังสามารถแชร์ภาพ หรืออัลบั้มภาพลงโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ได้ด้วย

5. สำหรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ดีแทคให้ฟรีนี้ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ลูกค้าดีแทค (รายเดือน) ได้พื้นที่ตั้งแต่ 25GB, 50GB, 100GB ลูกค้าแฮปปี้ (เติมเงิน) 25GB (ใช้งานได้ฟรีจนถึงสิ้นปีนี้) และผู้ใช้ค่ายอื่นที่สนใจดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ได้รับฟรีพื้นที่ 2GB.

ลองดาวน์โหลดดูหรือยัง...?



http://www.thairath.co.th/content/494712