So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

23 เมษายน 2558 (บทความ) ผลสำรวจ เจน‘เอ็กซ์-วาย-มิลเลนเนียล’และอนาคตที่ทำงาน // ในประเทศไทยบุคลากรส่วนใหญ่ Gen X (95 เปอร์เซ็นต์) และ Gen Y (72 เปอร์เซ็นต์) ต้องการที่จะเป็นอิสระจากตารางเวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นตามปกติ

ประเด็นหลัก


สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจความคิดเห็นในประเทศไทยในส่วนของบุคลากร Gen X บุคลากร Gen Y และพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการทำงานของคนไทย รวมถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบของอุปกรณ์สื่อสาร (ดีไวซ์) ต่าง ๆ แอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นที่ใช้โดยบุคลากรเหล่านี้ต่อรูปแบบใหม่ในการทำงาน

ในประเทศไทยบุคลากรส่วนใหญ่ Gen X (95 เปอร์เซ็นต์) และ Gen Y (72 เปอร์เซ็นต์) ต้องการที่จะเป็นอิสระจากตารางเวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นตามปกติ ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่า บริษัทของตนเองอนุญาตให้ทำงานจากบ้าน และ 44 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X และ 56 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen Y สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งจากที่บ้านและออฟฟิศ อีกทั้ง 87 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X เชื่อว่า องค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงานนอกสถานที่ผ่านอุปกรณ์พกพาอย่างยืดหยุ่น มีความได้เปรียบด้านการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งที่ให้พนักงานทำงานในออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง5 โมงเย็น

ผลการสำรวจยังระบุด้วยว่า บุคลากรของไทยมองว่า “สมาร์ทโฟน” คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด กล่าวคือ 100 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรที่ตอบแบบสอบถามเลือกสมาร์ทโฟนเมื่อจำเป็นต้องเลือกเพียงอุปกรณ์เดียวสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน CCWTR

รายงานระดับโลกนี้อ้างอิงการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรอายุ 18 ถึง 50 ปีใน 15 ประเทศ

โดยกว่า 4 ใน 10 ของคนทำงานรุ่น Gen X และ Gen Y รวมถึงเกือบ 6 ใน 10 ของพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล มองว่าตนเองเป็น “ซูเปอร์ทาสเกอร์” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่สามารถทำงานมากกว่าสองอย่างในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี

_____________________________________________________













ผลสำรวจ เจน‘เอ็กซ์-วาย-มิลเลนเนียล’และอนาคตที่ทำงาน
ภายในปี 2563 คนทำงานรุ่น Generation X และ Y ส่วนใหญ่เชื่อว่า สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ หรือแวร์เอเบิ้ล (Wearable Device) จะกลายเป็นอุปกรณ์ “เชื่อมต่อ”

จากรายงาน Cisco Connected World Technology Report (CCWTR) ประจำปี 2557 ระบุ คนทำงานรุ่นเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X) และเจนเนอเรชั่นวาย (Generation Y) หรือมิลเลนเนียล (Millennial) ต้องการสไตล์การทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยนายจ้างได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อรองรับทัศนคติที่เปลี่ยนไป

ภายในปี 2563 คนทำงานรุ่น Generation X และ Y ส่วนใหญ่เชื่อว่า สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ หรือแวร์เอเบิ้ล (Wearable Device) จะกลายเป็นอุปกรณ์ “เชื่อมต่อ” ที่สำคัญที่สุดสำหรับบุคลากร ขณะที่แล็ปท็อปยังคงเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับสถานที่ทำงาน

รายงาน CCWTR แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เทคโนโลยีจะส่งผลต่อรูปแบบการทำงานในอนาคต อุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นที่คนรุ่นเหล่านี้ชื่นชอบจะรองรับการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างไรบ้าง รวมถึงการเกิดใหม่ของสุดยอดคนทำงาน หรือ “ซูเปอร์ทาสเกอร์” (Supertasker) ที่ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจความคิดเห็นในประเทศไทยในส่วนของบุคลากร Gen X บุคลากร Gen Y และพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการทำงานของคนไทย รวมถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบของอุปกรณ์สื่อสาร (ดีไวซ์) ต่าง ๆ แอพพลิเคชั่น และโซลูชั่นที่ใช้โดยบุคลากรเหล่านี้ต่อรูปแบบใหม่ในการทำงาน

ในประเทศไทยบุคลากรส่วนใหญ่ Gen X (95 เปอร์เซ็นต์) และ Gen Y (72 เปอร์เซ็นต์) ต้องการที่จะเป็นอิสระจากตารางเวลาทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นตามปกติ ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (54 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่า บริษัทของตนเองอนุญาตให้ทำงานจากบ้าน และ 44 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X และ 56 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen Y สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งจากที่บ้านและออฟฟิศ อีกทั้ง 87 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากร Gen X เชื่อว่า องค์กรที่ปรับใช้รูปแบบการทำงานนอกสถานที่ผ่านอุปกรณ์พกพาอย่างยืดหยุ่น มีความได้เปรียบด้านการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งที่ให้พนักงานทำงานในออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง5 โมงเย็น

ผลการสำรวจยังระบุด้วยว่า บุคลากรของไทยมองว่า “สมาร์ทโฟน” คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด กล่าวคือ 100 เปอร์เซ็นต์ ของบุคลากรที่ตอบแบบสอบถามเลือกสมาร์ทโฟนเมื่อจำเป็นต้องเลือกเพียงอุปกรณ์เดียวสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน CCWTR

รายงานระดับโลกนี้อ้างอิงการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรอายุ 18 ถึง 50 ปีใน 15 ประเทศ

โดยกว่า 4 ใน 10 ของคนทำงานรุ่น Gen X และ Gen Y รวมถึงเกือบ 6 ใน 10 ของพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล มองว่าตนเองเป็น “ซูเปอร์ทาสเกอร์” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่สามารถทำงานมากกว่าสองอย่างในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี

และราวครึ่งหนึ่งของบุคลากรรุ่น Gen X และ Gen Y เชื่อว่า การทำงานแบบ ซูเปอร์ทาส กิ้ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และในทำนองเดียวกัน บุคลากรฝ่ายบุคคล 62 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่า ซูเปอร์ทาสเกอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรโดยรวม

อวสานของเวลาทำงานตามปกติ

พนักงานกว่าครึ่งหนึ่ง (Gen X และ Gen Y) คิดว่าตนเองพร้อมทำงานทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง 3 ใน 10 คนที่สามารถติดต่อได้ทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์ ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คิดว่าเวลาทำงานน่าจะเป็น 7 โมงเช้าถึง 8 โมง และ 9 โมงถึงเที่ยง ต่อด้วยบ่ายสองถึงห้าโมงเย็น และสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม โดยตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ ราวหนึ่งในสี่ของพนักงานรุ่น Gen X และ Gen Y ระบุว่า องค์กรของตนอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านได้ และที่น่าสนใจก็คือ พนักงานรุ่น Gen Y ที่มีโอกาสทำงานนอกสถานที่มีแนวโน้มที่จะชอบทำงานที่ออฟฟิศมากกว่าพนักงานรุ่น Gen X

ส่วนการรับประทานอาหารกลางวันตอนบ่ายสามกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนรุ่น Gen X และ Gen Y ซึ่งชอบตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และยินดีที่จะทำงานนอกเวลางานปกติเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

โดยบุคลากรมีความเห็นแตกต่างกันอย่างครึ่ง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับวันทำงานปกติของพนักงานทั่วไป โดยเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าตนเองต้องการอิสระในการทำงานและเล่นสนุกได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัด และบุคลากร Gen Y ส่วนใหญ่ (44 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองมีสมาธิและประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำงานในออฟฟิศ ขณะที่พนักงาน Gen X (38 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองมีสมาธิและประสิทธิภาพเท่ากันทั้งที่บ้านและในออฟฟิศ

แอพแทนที่เว็บไซต์

มีพนักงาน Gen X และ Gen Y เพียงแค่ 1 ใน 4 เท่านั้นที่เชื่อว่าเว็บไซต์จะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคนอยู่เสมอ และที่น่าสนใจก็คือ 21 เปอร์เซ็นต์คิดว่า เว็บไซต์จะถูกแทนที่ด้วยแอพ แต่ก็ไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยในหลาย ๆ โอกาสตลอดทั้งสัปดาห์ ประมาณ 1 ใน 4 ระบุว่าตนเองใช้แอพตลอดทั้งวัน และเฟซบุ๊ก คือทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับโปรแกรมโซเชียลมีเดียบนสมาร์ทโฟน.


http://www.dailynews.co.th/it/315913