So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

23 เมษายน 2558 เลขาธิการ กสทช.ฐากร ระบุ มติที่ประชุม กสทช.เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เห็นชอบให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเลื่อนชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 วงเงิน 8,124.20 ล้านบาท ซึ่งกำลังจะครบกำหนดชำระในวันที่ 24 พ.ค.58 ออกไป 1 ปี

ประเด็นหลัก


     มติ กสทช.เห็นชอบผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเลื่อนจ่ายค่าประมูล งวดที่ 2 วงเงิน 8,124.20 ล้านบาท ออกไป 1 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ พร้อมเร่งจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 4 ข้อ ภายใน 15 วัน ก่อนครบกำหนดชำระในวันที่ 24 พ.ค.นี้
     
       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า มติที่ประชุม กสทช.เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เห็นชอบให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเลื่อนชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 วงเงิน 8,124.20 ล้านบาท ซึ่งกำลังจะครบกำหนดชำระในวันที่ 24 พ.ค.58 ออกไป 1 ปี หลังจากที่กระทรวงการคลัง มีหนังสือตอบกลับมาแล้วว่า เรื่องนี้ให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของคณะกรรมการ กสทช.โดยคณะกรรมการเห็นว่าจำเป็นต้องเลื่อนการชำระออกไป เนื่องจากในช่วงที่ทีวีดิจิตอลออกอากาศเกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเดินหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำ และการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลที่ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว หากผู้ประกอบการไม่สามารถออกอากาศก็จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในการรับข้อมูลข่าวสารในที่สุด


_____________________________________________________













กสทช.ชี้ทีวีดิจิตอลเลื่อนจ่ายค่าประมูลได้ แต่ต้องมีดอกเบี้ย



        มติ กสทช.เห็นชอบผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเลื่อนจ่ายค่าประมูล งวดที่ 2 วงเงิน 8,124.20 ล้านบาท ออกไป 1 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ พร้อมเร่งจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 4 ข้อ ภายใน 15 วัน ก่อนครบกำหนดชำระในวันที่ 24 พ.ค.นี้
     
       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า มติที่ประชุม กสทช.เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เห็นชอบให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเลื่อนชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 วงเงิน 8,124.20 ล้านบาท ซึ่งกำลังจะครบกำหนดชำระในวันที่ 24 พ.ค.58 ออกไป 1 ปี หลังจากที่กระทรวงการคลัง มีหนังสือตอบกลับมาแล้วว่า เรื่องนี้ให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของคณะกรรมการ กสทช.โดยคณะกรรมการเห็นว่าจำเป็นต้องเลื่อนการชำระออกไป เนื่องจากในช่วงที่ทีวีดิจิตอลออกอากาศเกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเดินหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำ และการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลที่ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว หากผู้ประกอบการไม่สามารถออกอากาศก็จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในการรับข้อมูลข่าวสารในที่สุด
     
       อย่างไรก็ตาม กสทช.ต้องนำข้อสังเกต 4 ข้อ ของคณะกรรมการ กสทช.ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ได้แก่ 1.การเลื่อนชำระเงินค่าประมูลควรเลื่อนออกไป 1 ปี เฉพาะงวดที่ 2 เท่านั้น และให้ผู้ประกอบการจ่ายงวดที่ 2 มูลค่า 8,124.20 ล้านบาท และงวดที่ 3 มูลค่า 8,653.40 ล้านบาท ในเดือน พ.ค.59 2.การเลื่อนชำระควรเลื่อนทุกงวดออกไป 1 ปี 3. ระหว่างที่เลื่อนควรคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ และ 4.ผู้ประกอบการต้องกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการช่วยเหลือผู้บริโภคได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องฟังทางฝั่งมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค หรือเครือข่ายประชาชนต่างๆด้วย จากนั้นจึงนำผลจากการรับฟังความคิดเห็นเข้าที่ประชุม กสทช.ในวันที่ 20 พ.ค.ต่อไป เพื่อนำมติไปแก้ไขร่างประกาศเงื่อนไขการประมูล และประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนจะมีผลบังคับใช้
     
       “สาเหตุที่เราต้องเร่งทำประชาพิจารณ์ให้เสร็จภายใน 15 วัน เพราะเราต้องการให้ได้ข้อสรุปก่อนจะถึงกำหนดการชำระเงินในเดือน พ.ค.นี้ ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการก็ร้องขอให้เลื่อนการชำระออกไปเหมือนกันนั้นเราได้ทำหนังสือสอบถามไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเพียงแห่งเดียว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการ”
     
       ***อนุมัติ 14 โครงการ มูลค่า 47 ล้านบาท
     
       นอกจากนี้ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ผ่านการพิจารณาจำนวน 14 โครงการ รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 47,909,284 บาท ได้แก่ 1.โครงการสื่อสารและข่าวสารด้วยพลังแสงอาทิตย์เพื่อการพัฒนาของชุมชนแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จ.ตาก (สื่อสุริยะอาสา) ของ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.ตาก จำนวนเงิน 7,568,450 บาท 2.โครงการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาระบบทางไกลในถิ่นทุรกันดารโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ของมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา จำนวนเงิน 8,653,000 บาท 3.โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวโทรทัศน์ด้านการสืบสวนสอบสวน ประจำปี 2557 ของสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จำนวนเงิน 1,143,350 บาท
     
       4.โครงการการเข้าถึงบริการสื่อสารวิทยุโทรทัศน์ของกลุ่มชาติพันธ์ชนเผ่าในประเทศไทย ของมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ จำนวนเงิน 1,870,500 บาท 5.โครงการจัดตั้งศูนย์ให้คำแนะนำผู้ปกครอง (Parent Port) เพื่อป้องกันเยาวชนจากการบริโภคเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านสื่อใหม่ ของศูนย์ศึกษานโยบายการสื่อสาร ม.สุโขทัยธรรมาธิราช จำนวนเงิน 1,696,000 บาท 6.โครงการความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน : แนวทางปฏิรูปการจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล จำนวนเงิน 2,343,819 บาท 7.โครงการออกแบบการสื่อสาร (Communication Design) เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคสื่อทีวีดิจิตอล ของสำนักส่งเสริมและบริการวิชาการพระจอมเกล้าลาดกระบัง จำนวน 2,471,700 บาท 8.โครงการการวิจัยและพัฒนาโทรทัศน์ที่รับผิดชอบต่อสังคมของประเทศไทย ของศูนย์ผู้นำธุรกิจเพื่อสังคมแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนเงิน 1,636,030 บาท
     
       9.โครงการหุ่นสายไทยใส่ใจผู้บริโภค ของมูลนิธิพัฒนาการศึกษาเด็ก จำนวนเงิน 2,196,920 บาท 10.โครงการเทเลโบกี้มหัศจรรย์สร้างเด็กอัจฉริยะด้านไอซีที ของสมาคมโทรคมนาคมเพื่อการพัฒนาประเทศ จำนวนเงิน 6,547,920 บาท 11.โครงการจัดตั้งศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชนเพื่อการเรียนรู้สื่อเทคโนโลยี สารสนเทศสำหรับเด็กและเยาวชนและประชาชนทั่วไปจังหวัดสุพรรณบุรี ของมูลนิธิบ้านพระยาเฉลิมอากาศ จำนวนเงิน 4,992,680 บาท 12.โครงการพัฒนาความพร้อมระดับประเทศของการสื่อสารด้วยแสงสว่าง : การถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาบุคคลากรด้านกิจการโทรคมนาคม การจัดทำร่างมาตรฐานและสื่อ ของ ม.ราชภัฏนครปฐม จำนวนเงิน 2,265,939 บาท 13.โครงการสื่อสารปลอดภัยสูงสุดด้วยรหัสลับควอนตัม : การถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากร ของ ม.นเรศวร จำนวนเงิน 2,254,490 บาท และ 14.โครงการออกแบบระบบสมองกลอัจฉริยะสำหรับการสื่อสารแบบไร้สาย ของ ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวนเงิน 2,268,486 บาท


http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000046055