So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

04 เมษายน 2558 เลขาธิการ กสทช.ฐากร ระบุ จากการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ พบว่ามีทีวีดิจิตอล 2-3 ช่อง ที่จะอยู่ไม่รอด หากไม่ปรับตัว ปัจจุบันยอดการรับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นหลัก


โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ปีนี้จะถึงจุดเปลี่ยนของทีวีดิจิตอล ซึ่งเชื่อว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ซึ่งจากการวิเคราะห์ของสำนักงาน กสทช.คาดการณ์ว่า งบโฆษณาทั้งปีจะอยู่ที่ 97,525 ล้านบาท แบ่งเป็นการโฆษณาผ่านช่องเดิมคือช่อง 3, 5, 7, 9, 11 จำนวน 47,840 ล้านบาท และโฆษณาผ่านช่องทีวีดิจิตอล 21 ช่องจำนวน 49,684 ล้านบาท โดยในเดือน ก.ค.58 นี้ ยอดการแบ่งมูลค่าโฆษณาจะเท่ากันและทั้งปียอดมูลค่าการโฆษณาของช่องทีวีดิจิตอลจะสูงกว่าช่องเดิม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของทีวีดิจิตอล ที่มียอดโฆษณา 49,684 ล้านบาทนั้น สำนักงาน กสทช.คาดการณ์ว่าแต่ละช่องจะมีรายได้เฉลี่ย 2,365 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 197 ล้านบาท หากช่องใดที่มีรายได้ต่ำกว่านี้ก็ต้องปรับตัว โดยทำเนื้อหารายการให้ดึงดูดใจผู้ชมหรือ content is king ปรับผังรายการที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เพื่อสร้างการจดจำ โดยการถ่ายทอดสดกีฬา จะช่วยกระตุ้นความนิยมได้เป็นอย่างดี “จากการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ พบว่ามีทีวีดิจิตอล 2-3 ช่อง ที่จะอยู่ไม่รอด หากไม่ปรับตัว ปัจจุบันยอดการรับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงแรกมียอดดูทีวีดิจิตอลเพียง 5-6 ล้านคน แต่ตัวเลขล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มี.ค.58 ที่ผ่านมา มียอดผู้ชมทีวีดิจิตอล 15.06 ล้านคน คาดว่าทั้งปีนี้จะมีผู้รับชมทีวีดิจิตอลราว 30 ล้านคน ขณะที่ยอดการดูทีวีช่องเดิม 3, 5, 7, 9, 11 ก็ปรับลดลงเรื่อยๆเช่นเดียวกับมูลค่าการโฆษณา”.

_____________________________________________________














2-3 ช่องดิจิตอลเสี่ยงเจ๊ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ได้จัดสัมมนาเรื่อง “ใครรอด ใครร่วง ชี้ชะตาทีวีดิจิตอลประเทศไทย” โดยหลังเปิดประมูลช่องทีวีดิจิตอลเมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค.56 ที่ผ่านมา ทั้ง 24 ช่องได้เริ่มทยอยออกอากาศในเดือน เม.ย.57-ปัจจุบัน นับเป็นเวลา 1 ปี ที่ประเทศไทยก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านระบบทีวีไทยจากทีวีอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ปีนี้จะถึงจุดเปลี่ยนของทีวีดิจิตอล ซึ่งเชื่อว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ซึ่งจากการวิเคราะห์ของสำนักงาน กสทช.คาดการณ์ว่า งบโฆษณาทั้งปีจะอยู่ที่ 97,525 ล้านบาท แบ่งเป็นการโฆษณาผ่านช่องเดิมคือช่อง 3, 5, 7, 9, 11 จำนวน 47,840 ล้านบาท และโฆษณาผ่านช่องทีวีดิจิตอล 21 ช่องจำนวน 49,684 ล้านบาท โดยในเดือน ก.ค.58 นี้ ยอดการแบ่งมูลค่าโฆษณาจะเท่ากันและทั้งปียอดมูลค่าการโฆษณาของช่องทีวีดิจิตอลจะสูงกว่าช่องเดิม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของทีวีดิจิตอล ที่มียอดโฆษณา 49,684 ล้านบาทนั้น สำนักงาน กสทช.คาดการณ์ว่าแต่ละช่องจะมีรายได้เฉลี่ย 2,365 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 197 ล้านบาท หากช่องใดที่มีรายได้ต่ำกว่านี้ก็ต้องปรับตัว โดยทำเนื้อหารายการให้ดึงดูดใจผู้ชมหรือ content is king ปรับผังรายการที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เพื่อสร้างการจดจำ โดยการถ่ายทอดสดกีฬา จะช่วยกระตุ้นความนิยมได้เป็นอย่างดี “จากการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ พบว่ามีทีวีดิจิตอล 2-3 ช่อง ที่จะอยู่ไม่รอด หากไม่ปรับตัว ปัจจุบันยอดการรับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงแรกมียอดดูทีวีดิจิตอลเพียง 5-6 ล้านคน แต่ตัวเลขล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มี.ค.58 ที่ผ่านมา มียอดผู้ชมทีวีดิจิตอล 15.06 ล้านคน คาดว่าทั้งปีนี้จะมีผู้รับชมทีวีดิจิตอลราว 30 ล้านคน ขณะที่ยอดการดูทีวีช่องเดิม 3, 5, 7, 9, 11 ก็ปรับลดลงเรื่อยๆเช่นเดียวกับมูลค่าการโฆษณา”.


http://www.thairath.co.th/content/490579