So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

31 มีนาคม 2558 (เกาะติดประมูล4G) Jasmine เปิดเผยถึงแผนธุรกิจใหม่ Mobile Broadband 4G (MBB) ต่อยอดบริการ 3BB การจะถึงจุดคุ้มด้วยการมีลูกค้า 4 จีจำนวน 1 - 2 ล้านราย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป้าจะให้บริการภายใต้การเช่าเสา 1 หมื่นต้น ก็ยังถือว่าต่ำกว่าผู้ให้บริการมือถือในปัจจุบัน

ประเด็นหลัก

    สำหรับการแถลงข่าวในวันนั้น พิชญ์ โพธารามิก ออกมาเปิดเผยถึงแผนธุรกิจใหม่  "Mobile Broadband 4G (MBB)" ควบคู่ธุรกิจบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ 3BB โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกว่า 1.7 ล้านราย จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้และกำไรของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
    ระยะยาว การจะถึงจุดคุ้มด้วยการมีลูกค้า 4 จีจำนวน 1 - 2 ล้านราย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป้าจะให้บริการภายใต้การเช่าเสา 1 หมื่นต้น ก็ยังถือว่าต่ำกว่าผู้ให้บริการมือถือในปัจจุบัน นอกจากนี้ลูกค้าเป้าหมายจะต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือถือที่รองรับ 4 จีด้วย ซึ่งปัจจุบันเครื่องที่รองรับ 4 จียังมีไม่มากนัก
    รอลุ้นกันต่อไปว่า "จัสมิน" จะสามารถเป็นผู้เล่นมือถือรายใหม่อีก 1 ราย ได้หรือไม่ เพราะมีเจ้าตลาดอย่าง "เอไอเอส-ดีแทค และ ทรู" ปักธงอยู่แล้ว


_____________________________________________________











จัสมิน ลั่นชิงประมูล 4 จี
หอบ2.5-3.5หมื่นล.แข่งจีบพันธมิตรเสริมทัพ

    อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่กำลังจะมีผู้เล่นเพิ่มอีก 1 รายแล้ว แต่ผู้เล่นรายนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมโทรคมนาคม นั่นคือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่าจะเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ระบบ 4 จี  ได้แก่ คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์, 1800  เมกะเฮิรตซ์, 2300 เมกะเฮิรตซ์ และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่รัฐบาลประกาศ เพื่อนำคลื่นที่ได้มาเปิดให้บริการโมบาย อินเตอร์เน็ต
    โดยมีพิชญ์ โพธารามิก  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ซึ่งเคยถูกจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยอันดับที่ 9 เมื่อปี 2557 ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเองเมื่อเร็วๆ  นี้
++ประกาศแผนธุรกิจใหม่
    สำหรับการแถลงข่าวในวันนั้น พิชญ์ โพธารามิก ออกมาเปิดเผยถึงแผนธุรกิจใหม่  "Mobile Broadband 4G (MBB)" ควบคู่ธุรกิจบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ 3BB โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกว่า 1.7 ล้านราย จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้และกำไรของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
++ประกาศทุ่ม 3.5 หมื่นล้าน
    พิชญ์ยังบอกอีกว่า หลังจากที่บริษัทประสบผลสำเร็จจากการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งบริษัทได้จ่ายปันผลพิเศษ (ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาทต่อหุ้น) ตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำหรับเม็ดเงินที่เหลืออีกจำนวนประมาณ 1 หมื่นล้านบาทนั้น บริษัทมีแผนที่จะสำรองไว้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ "Mobile Broadband 4G (MBB)" โดยเบื้องต้นบริษัทมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาติ 4 จี และจากที่ประเมินเงินลงทุนสำหรับโครงการดังกล่าว คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5-3.5 หมื่นล้านบาท
++ร่วมทุนค่ายมือถือต่างประเทศ
    ในส่วนของแผนการจัดหาเงินทุนนั้น จะมาจากเงินที่จัดตั้งกองทุน JASIF ที่เหลืออีกกว่า 1หมื่นล้านบาท รวมถึงการร่วมทุนจากพันธมิตรอีก 1 หมื่นล้านบาท จากที่ได้เจรจาไว้ บริษัทรายดังกล่าวให้ความสนใจที่จะเข้าดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัท โดยพันธมิตรของบริษัทมีความแข็งแกร่งและมีความเชี่ยวชาญในการทำ 4 จีมาแล้ว อีกทั้งบริษัทจะมีเงินที่จะได้จากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ JAS-W3 จำนวนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท (ในกรณีที่มีการใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งจำนวน)
    นอกจากนั้นแล้วในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมบริษัทก็จะพิจารณาที่จะระดมทุนโดยการกู้ยืม ซึ่งจากสถานะการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทในปัจจุบัน ก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด นายพิชญ์กล่าวอีกว่า กรณีข่าวลือที่มีออกมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการขายหุ้นที่ถืออยู่ออกไปแต่อย่างใด
++วงในชี้ต้องการเติมเต็ม
    ขณะที่แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงเหตุผลที่ บมจ.จัสมินฯ ต้องการเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 4 จี เนื่องจากต้องการนำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ามาเสริมบอร์ดแบนด์อินเตอร์เน็ต แม้จะให้บริการบอร์ดแบนด์ผ่านสายไฟเบอร์ออพติก และ ผ่านไว-ไฟ ขณะที่คู่แข่ง คือ ทรู-ดีแทค-เอไอเอส และทีโอที ให้บริการไวร์เลสบอร์ดแบนด์
    "ในต่างประเทศผู้ประกอบการที่ให้บริการบอร์ดแบนด์อินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอยู่ได้ต้องมีไวร์เลส (โทรศัพท์เคลื่อนที่) เข้ามาเสริมถึงจะไปต่อได้ ดังนั้น จัสมินถึงกล้าลงทุนเพื่อที่จะมาต่อยอดรายได้ในส่วนของบอร์ดแบนด์ให้มากขึ้น"
 2401++เคเคเทรดวิเคราะห์แผนธุรกิจ
    อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัด ได้ออกมาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นถึงแผนธุรกิจของ จัสมินเกี่ยวกับธุรกิจปัจจุบัน (บรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต) ดูไม่สดใสนักในระยะยาว เพราะ 1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีแนวโน้มจะหันมาใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือมากกว่าบรอดแบนด์ และ 2. การแข่งขันมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น หลังมีคู่แข่งรายใหม่อย่าง เอไอเอส  ที่จะเริ่มเข้าสู่ธุรกิจนี้ตั้งแต่ต้นปี 2558 ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะเร็วกว่า 4 จีแม้ระยะสั้นจะยังไม่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรม แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการรายเดิมทุกราย รวมทั้ง แจส เอง ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียฐานลูกค้าบางส่วนไป เพราะปัจจุบันยังใช้เทคโนโลยีที่ต่ำกว่า
    ขณะที่ธุรกิจใหม่ (4จี) ยังเป็นสิ่งท้าทายมาก เพราะนอกจาก 1. จะต้องชนะประมูลใบอนุญาตใช้คลื่น 4 จีที่ต้องต่อสู้กับผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือรายเดิมทั้ง 3 ราย ที่มีฐานเงินทุนสูงกว่า JAS และ 2. ต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่ขึ้นมา โดย เคเคเทรดประเมินว่าหาก JAS ชนะประมูลใบอนุญาต 4 จีได้ จะมีผลกระทบต่อบริษัทดังนี้
    ระยะสั้น คาดผลกำไรจะถูกกดดันด้วยค่าใช้จ่ายที่จะเข้ามาเช่น การตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาตราว 1-1.3 พันล้านบาท/ปี (หากกำหนดให้ใบอนุญาตมีอายุ 15 ปี เท่ากับ 3จี และโดยมีราคาที่ 1.5 - 2 หมื่นล้านบาท) ค่าเช่าเสาราว 2.4 พันล้านบาท/ปี (กรณีเช่า 1 หมื่นต้น ซึ่งหากไม่สามารถเช่าจากผู้อื่นได้ จะต้องลงทุนติดตั้งเสาเอง จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่านี้) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ ค่าเสื่อมราคา รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อสร้างฐานลูกค้า ในขณะที่รายได้ยังเข้ามาไม่เต็มที่ เพราะคาดจำนวนลูกค้าในช่วงแรกจะยังไม่มากพอ โดยเบื้องต้นหากอิง ARPU ที่ 690 บาท (เท่ากับที่บริษัทตั้งเป้า) และลูกค้า 1 ล้านรายในปีแรก คาดจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัทได้ราว 4.1 พันล้านบาท ซึ่งยังไม่น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆดังกล่าวข้างต้น
    ระยะยาว การจะถึงจุดคุ้มด้วยการมีลูกค้า 4 จีจำนวน 1 - 2 ล้านราย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป้าจะให้บริการภายใต้การเช่าเสา 1 หมื่นต้น ก็ยังถือว่าต่ำกว่าผู้ให้บริการมือถือในปัจจุบัน นอกจากนี้ลูกค้าเป้าหมายจะต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือถือที่รองรับ 4 จีด้วย ซึ่งปัจจุบันเครื่องที่รองรับ 4 จียังมีไม่มากนัก
    รอลุ้นกันต่อไปว่า "จัสมิน" จะสามารถเป็นผู้เล่นมือถือรายใหม่อีก 1 ราย ได้หรือไม่ เพราะมีเจ้าตลาดอย่าง "เอไอเอส-ดีแทค และ ทรู" ปักธงอยู่แล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,039  วันที่ 29 มีนาคม - 1 เมษายน  พ.ศ. 2558

z


http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=270779:--4-&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491#.VRoKD1xAeuw