So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

16 มีนาคม 2558 HELLO BANGKOK.กิติชัย ระบุ งธุรกิจปีนี้ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อ บริษัทจึงไม่มีแผนจะขยายป้ายเพิ่ม โดยเฉพาะป้ายบิลบอร์ด แต่จะรักษาจำนวนที่มีอยู่ไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย

ประเด็นหลัก


"กิติชัย" ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับฮัลโล บางกอกฯด้วยจุดแข็งที่มีป้ายบิลบอร์ดที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ เช่น หาดใหญ่ ภูเก็ต นครราชสีมา เป็นต้น บริษัทยังมีจอแอลอีดีขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพฯรวมทั้งหมดมากกว่า 150 จุด กว่า 100 โลเกชั่น สำหรับทิศทางธุรกิจปีนี้ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อ บริษัทจึงไม่มีแผนจะขยายป้ายเพิ่ม โดยเฉพาะป้ายบิลบอร์ด แต่จะรักษาจำนวนที่มีอยู่ไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย นั่นหมายถึงราคาของป้ายบิลบอร์ดก็จะต้องถูกลง


_____________________________________________________















"สื่อนอกบ้าน" ปรับทิศ วันสต็อปเซอร์วิสแรง-รายเล็กอยู่ยาก



เป็นสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home Media) ที่มาแรงช่วง 3-4 ปีมานี้สำหรับป้ายโฆษณาจอแอลอีดี ซึ่งวันนี้มีให้เห็นแทบทุกมุมเมือง โดยเฉพาะสี่แยกถนนสายหลัก ๆ ในย่านธุรกิจใจกลางกรุง รวมทั้งบริเวณทางขึ้น-ลง ทางด่วน และเป็นสื่อที่มีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้น

ล่าสุด "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ "กิติชัย ศรีจำเริญ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮัลโล บางกอก แอล อี ดี จำกัด ผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกบ้านรายใหญ่ ต้นตำรับของป้ายโฆษณา "แอลอีดี" ของเมืองไทย

"กิติชัย" เริ่มภาพรวมสื่อนอกบ้านในวันนี้ว่า มีความแตกต่างและหลากหลายขึ้น จากเดิมมีเพียงป้ายบิลบอร์ด ต่อมาก็มีสตรีตเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งก่อสร้างตามบาทวิถี ใต้ทางด่วน รถไฟฟ้า ตามมาด้วยจอแอลอีดีที่เพิ่งได้รับการยอมรับมากขึ้นในช่วงสัก 4-5 ปีที่ผ่านมา แต่ป้ายแอลอีดีก็ยังจำกัดอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ วันนี้ในต่างจังหวัดอาจจะมีป้ายแอลอีดีอยู่บ้าง แต่ถือว่าอยู่ในช่วงของการเริ่มต้น และส่วนใหญ่เป็นการทดลองตลาด

ในแง่ผู้ให้บริการ วันนี้แม้จะมีผู้ให้บริการอยู่หลายราย แต่ก็มีรายใหญ่ที่มีสื่อหรือป้ายให้บริการอยู่ในมือที่ครอบคลุมอยู่เพียงไม่กี่ราย และสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปและเริ่มชัดเจนขึ้น คือ ค่ายใหญ่แต่ละรายพยายามจะถือครองสื่อให้มีความหลากหลายและครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้บริการแบบ "วันสต็อปเซอร์วิส" อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อสื่อโฆษณา

นั่นเพราะปัจจุบันการขายโฆษณาของสื่อนอกบ้าน ส่วนใหญ่จะขายเป็นแพ็กเกจ คือ นำ ป้ายบิลบอร์ด สตรีตเฟอร์นิเจอร์ แอลอีดี มาจัดรวมเป็นแพ็กขาย นอกจากเรื่องของความสะดวกแล้วก็คุ้มค่าแก่ผู้ใช้สื่อโฆษณา

"อนาคตบริษัทใหญ่ ๆ จะรวมบริษัทขนาดกลางและเล็กเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการขายโฆษณาร่วมกัน ส่วนจะอยู่ในลักษณะไหนก็แล้วแต่เจรจา คาดว่าอนาคตจะเหลือผู้เล่นรายใหญ่ 3-4 ราย ดังนั้น แต่ละรายต้องเร่งหาจุดแข็งของตัวเองให้สามารถยืนอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้"

"กิติชัย" ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับฮัลโล บางกอกฯด้วยจุดแข็งที่มีป้ายบิลบอร์ดที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ เช่น หาดใหญ่ ภูเก็ต นครราชสีมา เป็นต้น บริษัทยังมีจอแอลอีดีขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพฯรวมทั้งหมดมากกว่า 150 จุด กว่า 100 โลเกชั่น สำหรับทิศทางธุรกิจปีนี้ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อ บริษัทจึงไม่มีแผนจะขยายป้ายเพิ่ม โดยเฉพาะป้ายบิลบอร์ด แต่จะรักษาจำนวนที่มีอยู่ไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย นั่นหมายถึงราคาของป้ายบิลบอร์ดก็จะต้องถูกลง

แต่สำหรับป้ายแอลอีดีที่ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกสำหรับปีนี้เตรียมขยายโลเกชั่นใหม่อีก13-14 จุด โดยหลัก ๆ ยังอยู่ในกรุงเทพฯ

พร้อมกันนี้กิติชัยยังกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจสื่อนอกบ้านด้วยว่า ผลจากปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจเมื่อปีก่อน ส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ทำให้ไตรมาส 1 นี้สินค้าชะลอการใช้งบฯโฆษณาลง โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซึ่งนิยมใช้ป้ายบิลบอร์ดสำหรับโฆษณาโปรโมชั่นต่าง ๆ มีแนวโน้มลดลง ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นลูกค้าหลักของจอแอลอีดีก็ชะลองบฯลงด้วย ทำให้แอลอีดีได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ไม่มากเมื่อเทียบกับป้ายบิลบอร์ด

อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 2 ปีนี้สถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเป็นช่วงปิดภาคเรียน ถือเป็นช่วงพีกของสินค้าที่จะหันมาใช้งบฯโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ปัจจุบันสินค้าก็เริ่มวางงบฯโฆษณาเข้ามาแล้ว

นอกจากนี้ ในโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ปลายปีนี้จะเริ่มเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่นอีก 2 ราย โดยจดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัท ฮัลโล ย่างกุ้ง จำกัด เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบฯลงทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทสำหรับการขยายธุรกิจจอแอลอีดีใน 3 เมืองหลัก คือ ย่างกุ้ง เนย์ปิดอว์ และมัณฑะเลย์

ที่ผ่านมาได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะนั้นโครงสร้างพื้นฐานของเมียนมาร์ รวมถึงข้อกฎหมายต่าง ๆ ยังไม่เอื้อต่อการลงทุน แต่ปีนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว

นอกจากนี้ ยังมองโอกาสต่อไปยังประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมีจำนวนประชากรถึง 200 ล้านคน ประกอบกับการพัฒนาสื่อของอินโดนีเซียยังไม่เติบโตมาก ทั้งหมดน่าจะเป็นโอกาสใหม่ ๆ ของธุรกิจสื่อนอกบ้านของไทย

สำหรับการขยายธุรกิจไปยังอาเซียนเขาย้ำว่า นอกจากเงินลงทุนและกลยุทธ์ต้องพร้อมแล้ว ยังต้องมีสายคอนเน็กชั่นที่ดีนั่นหมายถึง พันธมิตรท้องถิ่นที่แข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้

ทั้งหมดล้วนเป็นความเคลื่อนไหวของ "ฮัลโล บางกอกฯ" ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่ง "กิติชัย" ทิ้งท้ายว่า ปีนี้ "ฮัลโล บางกอกฯ" พร้อมแล้ว และเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้อีกมาก แต่ขออุบไว้ก่อน



http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1426142440