So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

11 มีนาคม 2558 ARiP.พรชัย ระบุ "เราไม่ได้ทะเลาะกันกับ AIS ในฐานะผู้จัดงานเราก็ต้องติดต่อธุรกิจกันเช่นเดิม เพราะเอไอเอสไม่ใช่สปอนเซอร์หลักของงาน แต่เป็นผู้สนับสนุนในโซนที่เรียกว่าดิจิตอลพาวิลเลี่ยน

ประเด็นหลัก

ส่วนทางผู้จัดงานคอมมาร์ตก็ได้อธิบายถึงกรณีดังกล่าวว่า... "การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานนั้น ขอเรียนว่าทุกฝ่ายทราบตั้งแต่ก่อนจะถึงเวลาแถลงข่าว แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเอไอเอสนั้นเป็นเพราะต้องผ่านการตัดสินใจจากทางผู้บริหารระดับสูง ต้องมีการหารือ จึงกลายเป็นการแถลงข่าวและเกิดการเปลี่ยนแปลงภายหลัง เราไม่ได้ทะเลาะกันกับเอไอเอส ยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความบาดหมางแต่อย่างใด ในการจัดงานครั้งต่อไปหากมีแนวคิดที่สอดคล้องกับเอไอเอส ในฐานะผู้จัดงานเราก็ต้องติดต่อธุรกิจกันเช่นเดิม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบกับการจัดงานอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะเอไอเอสไม่ใช่สปอนเซอร์หลักของงาน แต่เป็นผู้สนับสนุนในโซนที่เรียกว่าดิจิตอลพาวิลเลี่ยน ซึ่งเราวางแนวทางแก้ไขด้วยการปรับลดพื้นที่ดังกล่าวลง" นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสื่อไอที บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์



_____________________________________________________













เกาเหลาไอที? หรือดราม่าธุรกิจ ทำไม ‘เอไอเอส’ ถอนทัพจาก ‘คอมมาร์ต’



จากจุดเริ่มต้นของงานแถลงข่าว สู่การถอนตัวจากมหกรรมงานขายไอทีอย่าง "คอมมาร์ต" ทำเอาหลายคนสงสัยว่าเพราะอะไรค่ายมือถือรายใหญ่อย่าง "เอไอเอส" จึงประกาศถอนตัว!!! ทั้งที่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวและจะจัดงานในอีกไม่ถึง 10 วันนี้…

ไม่รู้ว่าเพราะอากาศร้อนหรืออย่างไร... ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ช่วงนี้เลยได้เห็นข่าวคราวการทะเลาะถกเถียงกันทั่วทุกสังคม ไม่เว้นแม้แต่แวดวงไอที!!! กับประเด็นการจัดมหกรรมค้าขายสินค้าไอทีที่ประหนึ่งเป็นโลโก้ประจำวงการ อย่างงาน "คอมมาร์ต" ซึ่งไม่มีใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง ว่าทำไม...จากประเด็นการจัดงานขายและโชว์นวัตกรรมที่เห็นกันเป็นประจำทุกปี ถึงได้กลายเป็นงานเดือด ดีกรีร้อนให้ผู้คนชวนวิพากวิจารณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

หากคุณยังไม่รู้ "ไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปย้อนถึงที่มาตั้งแต่เริ่มแรก ว่าทำไมถึงเกิดเกาเหลาไอทีชามโตนี้ จนกระทั่งมีคนวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ถึงขนาดที่บอกว่านี้คือสัญญาณเตือนว่าหมดยุคของานคอมมาร์ต จบแล้วงานที่เป็นโลโก้ของแวดวงไอที…!



บรรยากาศงานคอมมาร์ต ครั้งก่อนๆ

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้... เกิดขึ้นตั้งแต่การส่งอีเมล์เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน แถลงข่าวซึ่งใช้ชื่อว่า AIS Commart 2015 ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นชื่อองค์กรอื่นพ่วงเข้ามากับการจัดงานคอมมาร์ต ซึ่งปกติจะใช้ชื่อว่าคอมมาร์ตพ่วงกับธีมงาน เช่น คอมมาร์ต คอมเทค , คอมมาร์ต ไทยแลนด์ ฯลฯ แต่เมื่อถึงกำหนดแถลงข่าวในวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา... ชื่องานซึ่งทางผู้จัดและผู้บริหารได้แจ้งกับสื่อมวลชนกลับเป็นชื่อ Commart2015 ซึ่งแม้ว่าชื่องานจะเปลี่ยน แต่ผู้บริหารซึ่งเป็นตัวแทนของเอไอเอสก็ยังคงขึ้นเวทีแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตามปกติ


เวลาผ่านพ้นไปเกือบ 1 วัน สื่อมวลชนบางค่ายเริ่มได้รับการติดต่อจากทีมประชาสัมพันธ์ที่จัดงานแถลงข่าวดังกล่าว เพื่อขอให้ระงับการเผยแพร่ข่าวการจัดงานคอมมาร์ตในครั้งนี้... แต่ก็ไม่มีการแจ้งถึงสาเหตุหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จนกระทั่ง 2-3 วันผ่านไป... บริษัทที่รับหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานเจ้าเดิม ได้ส่งอีเมล์มาถึงสื่อมวลชน โดยมีการชี้แจงว่าการจัดงานคอมมาร์ตครั้งแรกของปี 2015 จะเปลี่ยนชื่อเป็นงาน คอมมาร์ต ซัมเมอร์ เซลล์ (COMMART Summer Sale) ขณะเดียวกัน ทาง "เอไอเอส" ก็ได้ส่งข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อชี้แจงว่าได้ถอนตัวจากการจัดงานคอมมาร์ต 2015 เช่นกัน!!! และนั่นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกาเหลาไอทีที่หลายคนพูดถึง

แค่เริ่มต้นก็แลดูจะสับสน ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกันแปลกๆ แต่ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะพลาดดราม่า!!! เพราะเราหาคำตอบมาเสิร์ฟแล้ว...



ผู้คนยังให้ความสนใจเข้าร่วมงาน แม้จะเริ่มบางตาลงในช่วงหลัง

เริ่มต้นกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่รายงานข่าวขอชี้แจงแบบชัดเจนว่า… เอไอเอสได้ถอนตัวจากงานคอมมาร์ตครั้งนี้จริง! โดยยุติการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ทั้งโซนจัดแสดงนวัตกรรมแบบดิจิตอลไลฟ์และการจำหน่ายสินค้า

"ครั้งนี้เอไอเอสไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด เนื่องจากผู้จัดงานมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของงานซึ่งไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันแต่อย่างใด หากมีการจัดงานครั้งต่อไปและทางผู้จัดงานติดต่อมายังเอไอเอส เราก็พร้อมจะร่วมงานหากมีรูปแบบไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเอไอเอสนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงทุนอะไร เนื่องจากนวัตกรรมและสินค้าที่เตรียมจะนำไปขายหรือจัดแสดงในงานก็เป็นของที่เรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะถูกนำไปจัดแสดงหรือจำหน่ายผ่านช่องทางใดเท่านั้น จึงสามารถยืนยันได้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกับเอไอเอสทั้งด้านเม็ดเงินและสินค้า"

ส่วนทางผู้จัดงานคอมมาร์ตก็ได้อธิบายถึงกรณีดังกล่าวว่า... "การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานนั้น ขอเรียนว่าทุกฝ่ายทราบตั้งแต่ก่อนจะถึงเวลาแถลงข่าว แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเอไอเอสนั้นเป็นเพราะต้องผ่านการตัดสินใจจากทางผู้บริหารระดับสูง ต้องมีการหารือ จึงกลายเป็นการแถลงข่าวและเกิดการเปลี่ยนแปลงภายหลัง เราไม่ได้ทะเลาะกันกับเอไอเอส ยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความบาดหมางแต่อย่างใด ในการจัดงานครั้งต่อไปหากมีแนวคิดที่สอดคล้องกับเอไอเอส ในฐานะผู้จัดงานเราก็ต้องติดต่อธุรกิจกันเช่นเดิม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบกับการจัดงานอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะเอไอเอสไม่ใช่สปอนเซอร์หลักของงาน แต่เป็นผู้สนับสนุนในโซนที่เรียกว่าดิจิตอลพาวิลเลี่ยน ซึ่งเราวางแนวทางแก้ไขด้วยการปรับลดพื้นที่ดังกล่าวลง" นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสื่อไอที บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์



พรชัย จันทรศุภแสง
ปรับ…ให้เข้าที่!
นายพรชัย เล่าอีกว่า เบื้องต้นเราตกลงว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นการแสดงนวัตกรรมในรูปแบบดิจิตอลไลฟ์ สำหรับพื้นที่การจัดงานคอมมาร์ตนั้น ปกติจะเปิดใช้พื้นที่ทั้งในส่วนของห้องบอลรูม เพนเนอรี่ฮอลล์ และบริเวณโซนซี เบื้องต้นทางผู้จัดงานได้ปรับลดพื้นที่จัดงานโซนดังกล่าวลง ซึ่งเป็นการจัดร่วมกันระหว่างเออาร์ไอพีกับเอไอเอส ก็จะยังคงมีอยู่เพียงแต่ในส่วนของเอไอเอสจะหายไป อยู่ระหว่างกำลังพิจารณาว่าจะยังคงใช้พื้นที่โซนดังกล่าวเพียงส่วนหนึ่งแล้วเปิดส่วนที่เหลือให้สำหรับตั้งบูธจำหน่ายสินค้าหรือไม่ แต่ก็ได้มีการพูดคุยกับบรรดาคู่ค้าไปบ้างแล้วและหลายรายก็ต้องการขยายพื้นที่ออกบูธมาอยู่ในส่วนดังกล่าว

ยอมรับ แต่ไม่ทั้งหมด...
สำหรับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทางผู้จัดงานยอมรับทุกกระแสข่าวที่เกิดขึ้น หากเป็นข่าวที่มีการวิเคราะห์ มีที่มาที่ไป ต้องขอเรียนไว้ ณ ที่นี้ว่าเราได้อ่านและน้อมรับ แต่ก็มีหลายกระแสข่าวที่เขียนรุนแรงเกินจริงและนำเสนอเนื้อหาในแนวทางที่ไม่เป็นความจริง

"จะบอกว่าไม่กังวลก็คงจะไม่ใช่ความจริง แต่หากพูดถึงการซื้อขายที่จะเกิดขึ้นภายในงาน เราเชื่อว่าผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับสินค้าเป็นหลัก ในฐานะผู้จัดงาน เรากำลังพูดคุยกับผู้ค้าเพื่อหาวิธีกระตุ้นยอดขายที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นด้วย ว่าเรายังคงจัดงานคอมมาร์ตตามวันและเวลาเดิมตามที่ได้แถลงข่าวไปแล้ว"



บรรดาผู้ค้าไอที ยังมาออกบูธขายสินค้ากันอบอุ่น

ขอโต้คำกล่าวหา...!
เรื่องของประเด็นการจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่ในราคาแพงนั้น เรายอมรับว่าราคาของงานคอมมาร์ตไม่ใช่ราคาถูก แต่ก็ไม่ใช่ราคาแพงอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุผลและต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ส่วนที่เห็นว่าค่ายผู้ค้าไอทีหลายรายเริ่มหายไปจากงานคอมมาร์ตนั้น คงไม่ได้เกิดจากประเด็นดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะการแข่งขันทางธุรกิจ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของตลาดก็จะเปรียบเหมือนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ดุเดือดที่เรียกว่าเรดโอเชี่ยน ซึ่งจะมีแต่รายใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถทำตลาดได้เหมือนเดิม ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ก็ยังมีผู้ค้าและตัวแทนจำหน่ายรายหลักหลายราย อาทิ ซีเอสซี , แอดไวซ์ , ไอที ซิตี้ , ไอสตูดิโอ บาย เอสพีวีไอ , เอเซอร์ , เอซุส , ไมโครซอฟท์ เป็นต้น เข้าร่วมงานกับเรา ซึ่งเบื้องต้นทราบจากตัวแทนจำหน่ายหลายรายว่าจะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า ไม่ต่ำกว่า 50% ขึ้นไป เพื่อเรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

อนาคตคอมมาร์ต...
ส่วนภาพรวมตลาดนั้น แม้หลายฝ่ายจะมองว่าตลาดไอทีมีแนวโน้มดีขึ้น แต่เชื่อว่าคนยังระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย ส่วนเรื่องรูปแบบการจัดงานคอมมาร์ตนั้น ตามปกติงานต้นปีจะเป็นการลดราคาสินค้าหรือที่เรียกว่าเคลียร์แลนซ์เซลล์ ขณะที่งานช่วงกลางปีจะเป็นการนำเสนอนวัตกรรม แต่ในปีนี้คาดว่าเราจะปรับให้เป็นงานในรูปแบบเอาใจเกมเมอร์ผสานกับการนำเสนอสินค้าเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ส่วนงานปลายปีจากเดิมที่เป็นรูปแบบสินค้าที่มุ่งเน้นกลุ่มองค์กร ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของตลาดมากขึ้น

นอกจากนี้ อีกประเด็นดราม่าของงานคอมมาร์ตนี้ก็คงหนีไม่พ้น การที่อดีตแม่ทัพเออาร์ไอพี ซึ่งถือเป็นตัวพ่อวงการไอทีอย่าง "ปฐม อินทโรดม" ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไปแบบเงียบๆ เมื่อสิ้นเดือนก.พ.นี้ จนทำให้กลายเป็นความสงสัยของหลายๆ คนว่านี่จะทำให้ภาพลักษณ์และงานคอมมาร์ตระส่ำระสาย จนถึงยุคมืดของงานหรือไม่ ยังไงคงต้องรอดูต่อไป...



อดีต CEO ของเออาร์ไอพี...

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันแล้วว่าไม่ใช่เกาเหลา งานนี้เป็นประเด็นมาจากเรื่องทางธุรกิจล้วนๆ... ยังไง 19-22 มี.ค.นี้ ก็ยังคงพบกับงานคอมมาร์ต 2015 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แน่นอน…!


http://www.thairath.co.th/content/486131