So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

04 มีนาคม 2558 วอกซ์ ลุยจับตลาดฟิล์มเต็มตัว เหตุมีนวัตกรรมฟิล์มกันแสง UV A ได้ 100% มากว่า 5 ปีแล้ว เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาตลาดอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือมีการเติบโต หวังสร้างรายได้ 350 ล้านบาท

ประเด็นหลัก

  
       โดยทางวอกซ์ ระบุว่า วอกซ์มีนวัตกรรมฟิล์มกันแสง UV A ได้ 100% มากว่า 5 ปีแล้ว เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาตลาดอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือมีการเติบโต จึงได้เข้าไปเริ่มทำตลาดจากอุปกรณ์เหล่านั้นก่อน ซึ่งจะรวมไปถึงการทำตลาดฟิล์มกันรอยโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์วอกซ์ด้วย
     
       “ตอนนี้ตลาดฟิล์มกันรอยมือถือเริ่มอิ่มตัวแล้ว เพราะเริ่มมีกระจกกันรอยเข้ามาในตลาด ในขณะที่กำลังซื้อมือถือใหม่ของผู้บริโภคก็ไม่ได้สูงเหมือนที่ผ่านมาจากสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้วอกซ์มองถึงโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มรถยนต์ และฟิล์มอาคารเพิ่มเติมแทน”
     
       ที่ผ่านมา ตลาดฟิล์มกันรอยบนมือถือมีมูลค่าในตลาดค้าปลีกราว 5 พันล้านบาท ในขณะที่ตลาดค้าส่งมีมูลค่าอยู่ราว 500 ล้านบาทเท่านั้นเอง ทำให้ถือเป็นตลาดที่มีกำไรค่อนข้างสูง และมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดปริมาณมากตามไปด้วย จนทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา และตัดราคาจำหน่ายกันในท้ายที่สุด


     
       ปัจจุบัน วอกซ์ มีฟิล์มที่ทำตลาดในกลุ่มรถยนต์ด้วยกัน 2 ประเภทคือ เลดี้ ซีรีส์ ฟิล์มที่ป้องกันความร้อน แสงแดด และรังสี UVB UVA UV400/UVA1 และ ลักชัวรี ซีรีส์ ที่เป็นนวัตกรรมฟิล์มสำหรับรถยนต์หรู ที่ให้ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ราคาเริ่มต้นที่ 18,500 บาท



_____________________________________________________














“วอกซ์” ลุยจับตลาดฟิล์มเต็มตัว ประเดิมด้วยตลาดรถ มือถือ และอาคาร


วอกซ์ แยกบริษัทจับเฉพาะตลาดฟิล์มกันรอย ส่วนอุปกรณ์เสริมไอที-มือถือ ให้ทางซีแมช จำหน่ายแทน เบื้องต้นตั้งเป้าลุยตลาดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มสุขภาพ และฟิล์มติดอาคาร หวังสร้างรายได้ 350 ล้านบาท พร้อมเล็งเปิดขายแฟรนไชน์ต่อในอนาคต
     
       นายพรรธสพล พันธ์เมธีสกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ว็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้แยก วอกซ์ ออกมาเพื่อทำตลาดฟิล์มโดยเฉพาะ โดยจะจับกลุ่มทั้งฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ฟิล์มถนอมสายตา และฟิล์มติดอาคาร ในขณะที่พวกอุปกรณ์เสริมไอทีต่างๆจะทำตลาดภายใต้บริษัท ซีแมช คอร์ปอเรชั่น จำกัดแทน
     
       “ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดฟิล์มกันรอยมักจะไม่ค่อยมีนวัตกรรมใดๆ ออกมากระตุ้นตลาดมากนัก ทำให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะติดไว้เพื่อกันแสง หรือกันรอยขีดข่วนเท่านั้น ทำให้วอกซ์มองเห็นถึงโอกาสในการนำนวัตกรรมเข้ามาทำตลาดไม่ว่าจะเป็นฟิล์ม กรองแสง UV A ได้ 100% รวมไปถึงฟิล์มถนอมสายตา และฟิล์มลดความร้อนต่างๆ”
     
       โดยทางวอกซ์ ระบุว่า วอกซ์มีนวัตกรรมฟิล์มกันแสง UV A ได้ 100% มากว่า 5 ปีแล้ว เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาตลาดอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือมีการเติบโต จึงได้เข้าไปเริ่มทำตลาดจากอุปกรณ์เหล่านั้นก่อน ซึ่งจะรวมไปถึงการทำตลาดฟิล์มกันรอยโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์วอกซ์ด้วย
     
       “ตอนนี้ตลาดฟิล์มกันรอยมือถือเริ่มอิ่มตัวแล้ว เพราะเริ่มมีกระจกกันรอยเข้ามาในตลาด ในขณะที่กำลังซื้อมือถือใหม่ของผู้บริโภคก็ไม่ได้สูงเหมือนที่ผ่านมาจากสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้วอกซ์มองถึงโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มรถยนต์ และฟิล์มอาคารเพิ่มเติมแทน”
     
       ที่ผ่านมา ตลาดฟิล์มกันรอยบนมือถือมีมูลค่าในตลาดค้าปลีกราว 5 พันล้านบาท ในขณะที่ตลาดค้าส่งมีมูลค่าอยู่ราว 500 ล้านบาทเท่านั้นเอง ทำให้ถือเป็นตลาดที่มีกำไรค่อนข้างสูง และมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดปริมาณมากตามไปด้วย จนทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา และตัดราคาจำหน่ายกันในท้ายที่สุด
     
       นายพรรธสพล ประเมินถึงโอกาสในการเข้าไปทำตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ที่ผู้ติดตั้งใช้งานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ซื้อรถยนต์คันใหม่เท่านั้น แต่ถ้าใช้รถยนต์คันเก่าแล้วไม่พอใจในประสิทธิภาพฟิล์มก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยน ฟิล์มชนิดใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ ดังนั้น จึงเลือกที่จะวางตำแหน่งของฟิล์มวอกซ์ไว้ในระดับพรีเมียม
     
       “วอกซ์มองกลุ่มลูกค้าสำหรับฟิล์มรถยนต์ไว้ 2 ส่วน คือ ตลาดรถใหม่ที่ตั้งเป้าไว้สัก 10% และอีกส่วนคือตลาดรถเก่าที่มีอยู่ในตลาดกว่า 16 ล้านคัน โดยตั้งเป้าลูกค้าไว้ปีละ 2 แสนราย ผ่านช่องทางจำหน่ายร้านค้าประดับยนต์ที่เข้าร่วมกับทางวอกซ์”
     
       เบื้องต้น มีร้านประดับยนต์ที่เข้าร่วมกับวอกซ์ในการจำหน่ายฟิล์มแล้วประมาณ 30 ร้าน และมีแผนที่จะขยายเพิ่มเป็น 250 ร้านภายในเดือนเมษายนนี้ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ ผู้ที่นำฟิล์มไปจำหน่ายต้องควบคุมมาตรฐานในการติดตั้ง รวมไปถึงใช้ราคากลางในการจำหน่าย
     
       “ในอนาคตเมื่อสินค้าออกมาครอบคลุมแล้ว ทางวอกซ์ก็มีแผนที่จะเป็นขายแฟรนไชส์ที่เป็นร้านจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์วอกซ์แบบเอ็กคลูซีฟ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงการวางแผนธุรกิจเพื่อให้คู่ค้าสามารถสร้างรายได้ แบบยั่งยืน”
     
       สำหรับมูลค่าในตลาดฟิล์ม ทางวอกซ์ประเมินไว้ว่า ในปีนี้จะมีมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท ทำให้ทางวอกซ์ตั้งเป้ารายได้ไว้รวม 350 ล้านบาท แบ่งออกเป็นรายได้จากฟิล์มรถยนต์ในประเทศ 150 ล้านบาท ฟิล์มอาคาร และฟิล์มมือถืออีกอย่างละ 50 ล้านบาท ที่เหลืออีก 100 ล้านบาทจะเป็นรายได้จากการจำหน่ายฟิล์มไปยังต่างประเทศ
     
       ปัจจุบัน วอกซ์ มีฟิล์มที่ทำตลาดในกลุ่มรถยนต์ด้วยกัน 2 ประเภทคือ เลดี้ ซีรีส์ ฟิล์มที่ป้องกันความร้อน แสงแดด และรังสี UVB UVA UV400/UVA1 และ ลักชัวรี ซีรีส์ ที่เป็นนวัตกรรมฟิล์มสำหรับรถยนต์หรู ที่ให้ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ราคาเริ่มต้นที่ 18,500 บาท
     
       ขณะที่ในตลาดฟิล์มกันรอยมือถือ ก็จะมีฟิล์มภายใต้แบรนด์ Dr.Eye ที่เป็นฟิล์มกันรอยตัดแสงสีฟ้า และกระจกกันรอย ส่วนตลาดฟิล์มอาคาร ก็จะมี 2 ซีรีส์ คือ เอ็กคลูซีฟ ซีรีส์ ที่เป็นฟิล์มขั้นสูงแบบไม่มีสารโลหะ และสมาร์ท ซีรีส์ ที่มีการเคลือบสารโลหะสะท้อนความร้อน
     
       ในอนาคตทางวอกซ์ มีแผนที่จะเปิดตัวนวัตกรรมสำหรับฟิล์มรถยนต์แบบ Anti Sport Light film ที่ช่วยลดแสงไฟสปอร์ตไลต์ ไฟซีนอล และไฟแอลอีดี และ Photochromic Film ฟิลม์ปรับความเข้มตามสภาวะแสง ในงานมอเตอร์โชว์ 2015 และจะมีฟิล์มกันรอยมือถือที่ป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
     
       นอกจากนี้ ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ที่จะมาช่วยทำตลาดคือ ชาคริต และ วุ้นเส้น วิริฒิพา แย้มนาม มาช่วยให้เข้าถึงฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีการนำผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละประเภทมาช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์ด้วย
     
       ส่วนทางซีแมช ก็จะทำตลาดอุปกรณ์เสริมไอที และอุปกรณ์เสริมมือถือต่อไป เนื่องจากมีการถือลิขสิทธิ์แบรนด์กว่า 30 ลิขสิทธิ์ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ซีแมช ควบคู่ไปกับการจำหน่ายหมึกพิมพ์ภายใต้แบรนด์โคแม็ก


http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000024999