So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

20 กุมภาพันธ์ 2558 พนักงาน NOKIA THAILAND ที่เหลืออยู่ประมาณ 50 กว่าคน จะย้ายมาอยู่ออฟฟิศ Microsoft Device THAILAND ในสัปดาห์หน้า รับผิดชอบการทำตลาดสมาร์ทดีไวซ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็บเลต, อุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ เป็นต้น

ประเด็นหลัก

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กระบวนการในการรวมทีมปิดบริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในไมโครซอฟท์ของโนเกีย ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยทีมโนเกียเดิมที่เหลืออยู่ประมาณ 50 กว่าคน จะย้ายมาอยู่ออฟฟิศเดียวกันในสัปดาห์หน้า ภายใต้แผนก "ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์" รับผิดชอบการทำตลาดสมาร์ทดีไวซ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็บเลต, อุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ เป็นต้น

"พนักงานโนเกียยังทำงานกันเหมือนเดิม แต่ตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่างหัวหน้าฝ่ายการตลาด และกรรมการผู้จัดการ อยู่ระหว่างรอบริษัทแม่แต่งตั้งคนมาดูแล หลังจากทั้ง 2 ลาออกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ไม่แน่ใจว่าจะเข้ามาในปีนี้หรือไม่ ปัจจุบันมีระดับบริหารหลายคนอยู่ในต่างประเทศที่พร้อมเข้ามาช่วย ตอนนี้ทีมในไทยจึงมีแต่ทีมผลิตภัณฑ์, ทีมเซล และผมที่ทำงานประสานกับไมโครซอฟท์"




_____________________________________________________

















ปิดฉาก"โนเกีย" 2บิ๊กตบเท้าลาออกรวมทีมใต้ปีกไมโครซอฟท์ หวังฟื้นแชร์สมาร์ทโฟน


หลอมรวมเบ็ดเสร็จ 2 คีย์แมน "โนเกีย" ตบเท้าลาออกตามคาด หลังปิดบริษัทโยกทีมงานมาอยู่ใต้ปีก "ไมโครซอฟท์" เดินหน้าเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ "วินโดวส์โฟน" ราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ลงตลาดเป็นครั้งแรก หวังฟื้นมาร์เก็ตแชร์สมาร์ทโฟน

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กระบวนการในการรวมทีมปิดบริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในไมโครซอฟท์ของโนเกีย ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยทีมโนเกียเดิมที่เหลืออยู่ประมาณ 50 กว่าคน จะย้ายมาอยู่ออฟฟิศเดียวกันในสัปดาห์หน้า ภายใต้แผนก "ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์" รับผิดชอบการทำตลาดสมาร์ทดีไวซ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็บเลต, อุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ เป็นต้น

"พนักงานโนเกียยังทำงานกันเหมือนเดิม แต่ตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่างหัวหน้าฝ่ายการตลาด และกรรมการผู้จัดการ อยู่ระหว่างรอบริษัทแม่แต่งตั้งคนมาดูแล หลังจากทั้ง 2 ลาออกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ไม่แน่ใจว่าจะเข้ามาในปีนี้หรือไม่ ปัจจุบันมีระดับบริหารหลายคนอยู่ในต่างประเทศที่พร้อมเข้ามาช่วย ตอนนี้ทีมในไทยจึงมีแต่ทีมผลิตภัณฑ์, ทีมเซล และผมที่ทำงานประสานกับไมโครซอฟท์"

สำหรับหน้าร้านโนเกียช็อปที่ให้ คู่ค้าบริหารอยู่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบจากแบรนด์ช็อปไปเป็นร้านค้ามัลติแบรนด์ เช่น เครือข่ายร้านค้าที่บริหารงานโดยเอ็มลิงก์ แต่จะมีการสร้างไมโครซอฟท์แบรนด์ช็อปมาแทนหรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะภายในร้านจะไม่จำหน่ายแค่โทรศัพท์มือถือ แต่มีสินค้าอื่น ๆ ของบริษัทด้วย ขณะที่ศูนย์บริการโนเกียแคร์จะยังให้บริการต่อไป รวมถึงฟีเจอร์โฟนที่ยังใช้แบรนด์ "โนเกีย" ส่วนสมาร์ทโฟนจะเป็น "ลูเมีย"

ล่าสุดเปิดตัวสมาร์ทโฟน Lumia รุ่น 435 และ 532 เพื่อเจาะตลาดผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ด้วยราคาที่ต่ำกว่า 3,000 บาท เป็นครั้งแรกของวินโดวส์โฟน คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดย Lumia 435 หน้าจอ 4 นิ้ว ซีพียูดูอัลคอร์ ความเร็ว 1.2 GHz กล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล กล้องหน้าวีจีเอ ราคา 2,990 บาท ส่วน Lumia 532 หน้าจอ 4 นิ้ว ซีพียูควอดคอร์ ความเร็ว 1.2 GHz กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้าวีจีเอ ราคา 3,590 บาท รองรับการอัพเดตเป็นวินโดวส์ 10

"ปีนี้เราจะมีมือ ถือออกมาราว 10 รุ่น เป็นสมาร์ทโฟนเกือบหมด ราคา 3,000-10,000 บาท ฟีเจอร์โฟนมีเปิดตัวรุ่น 215 ไปเมื่อต้นปี เป็นฟีเจอร์โฟนเล่นเน็ตได้ราคาพันบาท ปลายปีอาจมีรุ่นเรือธงออกมาช่วยให้ไมโครซอฟท์แข่งขันในตลาดนี้ได้มากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ 1 ระบบปฏิบัติการ ทำงานได้ทุกหน้าจอ"

สำหรับตลาดรวมคาด ว่าจะมี 20-25 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 85-90% และ 10-15% เป็นฟีเจอร์โฟน ซึ่งปีที่ผ่านมามีสัดส่วน 30% ราคาที่แข่งขันมากสุดอยู่ที่ 2,000-5,000 บาท มีผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนจำนวนมากต้องการเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1424356725