So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

20 กุมภาพันธ์ 2558 ICT ใช้วงเงินงบประมาณจัดสรร 10 ล้านบาท จ้างบริหารศูนย์มั่นคงไซเบอร์ กำหนดราคากลาง 10 ล้านบาท อ้างอิงจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

ประเด็นหลัก


สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2557 สำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงไอซีที จัดทำโครงการจ้างดำเนินการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ใช้วงเงินงบประมาณจัดสรร 10 ล้านบาท กำหนดราคากลาง 10 ล้านบาท อ้างอิงจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)



_____________________________________________________

















ไอซีทีทุ่ม 10 ล.จ้างบริหารศูนย์มั่นคงไซเบอร์ ก่อน“บิ๊กตู่”เบรกกม.ดิจิทัล



ก.ไอซีทีทุ่มงบ 10 ล้าน จ้างบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อ้างราคากลางจาก “ทีโอที” ก่อน “ประยุทธ์” สั่งทบทวนกฎหมายดิจิทัล หลังถูกวิจารณ์กระหึ่ม

PIC ict 16 2 58 1

ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2557 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดทำโครงการจ้างเอกชนดำเนินการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ วงเงิน 10 ล้านบาท

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2557 สำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงไอซีที จัดทำโครงการจ้างดำเนินการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ใช้วงเงินงบประมาณจัดสรร 10 ล้านบาท กำหนดราคากลาง 10 ล้านบาท อ้างอิงจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

PIC ไอซทมนคงไซเบอร 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางเดือนมกราคม 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลรวมทั้งหมด 10 ฉบับ และเตรียมเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีกฎหมายที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

โดยระบุเหตุผลสำคัญคือ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นไปอย่างรวดเร็วเอื้อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งได้สร้างความเสียหายแก่ระดับบุคคล และระดับประเทศ การป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคาม ต้องอาศัยความรวดเร็วในการรับมือและป้องกัน เพราะอาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติในมิติต่าง ๆ อันครอบคลุมถึงความมั่นคงทางการทหาร ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การดำเนินการ โดยต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับกรอบนโยบาย และแผนแม่บทที่เกี่ยวกับความมั่นคงของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) มีหน้าที่กำหนดแนวทางการป้องกันภัยคุกคาม กำหนดขั้นตอนการประสานงานกับหน่วยงานรัฐและเอกชน จัดทำแผนเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ให้สอดคล้องกับแผนระดับชาติด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และต้องสรุปการดำเนินงานให้ สมช. และคณะรัฐมนตรี

ต่อมาช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วง และหากมีข้อไม่สบายใจก็ต้องย้อนกลับมาดำเนินการใหม่ อย่างไรก็ดีกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ มีเรื่องที่สามารถดำเนินการได้เลยหลายอย่าง แต่ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นกฎหมายที่ยาก และมีผลกระทบมาก จึงถือไว้เป็นลำดับสุดท้ายของกฎหมายล็อตนี้



http://www.isranews.org/isranews-news/item/36564-ict_900_01.html