So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

13 กุมภาพันธ์ 2558 รัฐบาล เคาะมาตรการส่งเสริมวิจัยประเทศ 1 บริษัทที่มีรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท สามารถหักรายจ่ายได้ไม่เกิน 60% ของรายได้ ขั้นที่ 2 บริษัทที่มีรายได้ส่วนเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท หักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 9% ของรายได้ และขั้น 3 บริษัทที่มีรายได้ส่วนที่เกิน 200 ล้านบาท หักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 6% ของรายได้

ประเด็นหลัก

โดยขั้น1 บริษัทที่มีรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท สามารถหักรายจ่ายได้ไม่เกิน 60% ของรายได้ ขั้นที่ 2 บริษัทที่มีรายได้ส่วนเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท หักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 9% ของรายได้ และขั้น 3 บริษัทที่มีรายได้ส่วนที่เกิน 200 ล้านบาท หักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 6% ของรายได้

ทั้งนี้บริษัทที่เข้าเงื่อนไขต้องมีคุณสมบัติ 1.เป็นบริษัทที่ทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้วยตนเอง 2. เป็นบริษัทที่เคยผ่านการรับรองโครงการวิจัยฯ จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และโครงการมีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 3 ล้านบาท พร้อมให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินบริจาคเข้ากองทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาให้สามารถหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า โดยมอบหมายให้ คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอการพัฒนาระบบนวัตกรรมไทย ที่มีตนเป็นประธานไปดำเนินการเสนอแนวทางดำเนินการต่อไป




_____________________________________________________

















?รัฐบาลเข็นมาตรการส่งเสริมงานวิจัยเคาะลดหย่อนภาษี 3ขั้น?
นายกรัฐมนตรี เคาะมาตรการส่งเสริมวิจัยประเทศ เห็นชอบลดหย่อนภาษี 3 ขั้น เข็นหน่วยงานรัฐซื้อสินค้านวัตกรรมคนไทย


วันนี้(13 ก.พ.) บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุม คณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ครั้งที่ 2 ได้เห็นชอบนโยบายและมาตรการสำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ 2 ด้าน ได้แก่ 1. การกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายของสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่เอกชนสามารถนำรายจ่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมมาขอลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่าของรายจ่ายจริง โดยให้กำหนดเพดานเป็น 3 ขั้น

โดยขั้น1 บริษัทที่มีรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท สามารถหักรายจ่ายได้ไม่เกิน 60% ของรายได้ ขั้นที่ 2 บริษัทที่มีรายได้ส่วนเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท หักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 9% ของรายได้ และขั้น 3 บริษัทที่มีรายได้ส่วนที่เกิน 200 ล้านบาท หักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 6% ของรายได้

ทั้งนี้บริษัทที่เข้าเงื่อนไขต้องมีคุณสมบัติ 1.เป็นบริษัทที่ทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้วยตนเอง 2. เป็นบริษัทที่เคยผ่านการรับรองโครงการวิจัยฯ จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และโครงการมีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 3 ล้านบาท พร้อมให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินบริจาคเข้ากองทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาให้สามารถหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า โดยมอบหมายให้ คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอการพัฒนาระบบนวัตกรรมไทย ที่มีตนเป็นประธานไปดำเนินการเสนอแนวทางดำเนินการต่อไป

ในขณะเดียวกันยังสนับสนุนเชิงนโยบายใช้นวัตกรรมไทยกับตลาดภาครัฐ เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพง และสนับสนุนให้พัฒนานวัตกรรม โดยให้ปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ให้สามารถจัดซื้อจัดจ้างสินค้าหรือบริการนวัตกรรมของไทยผ่านวิธีพิเศษได้ และให้หน่วยงานของรัฐที่จะจัดซื้อจัดจ้างสินค้าหรือบริการตามรายการที่ปรากฏในบัญชีนวัตกรรมไทย ที่ต้องได้คุณภาพและผ่านการทดสอบว่ามีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์การใช้งาน และความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามยังได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาดำเนินการ รวมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐที่ต้องการซื้อสินค้านวัตกรรม แบ่งงบประมาณส่วนหนึ่งมาซื้อของที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยซึ่งมีคุณภาพเทียบเคียงของนำเข้าได้

ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ผลิตนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานมีคุณภาพและมีราคาที่แข่งขันได้ในตลาด


http://www.dailynews.co.th/Content/IT/300945/รัฐบาลเข็นมาตรการส่งเสริมงานวิจัยเคาะลดหย่อนภาษี+3ขั้น