So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

11 กุมภาพันธ์ 2558 Acer.นิธิพัทธ์ ตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนราว 5% โดยปีที่ผ่านมามียอดขายราว 7 แสนเครื่อง คิดเป็นสัดส่วนราว 5% ของตลาด ซึ่งการแข่งขันจะเป็นตัวผลักดันให้ราคาลดลง

ประเด็นหลัก



    ด้านนายนิธิพัทธ์  ประวีณวงศ์วุฒิ  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์  คอมพิวเตอร์  จำกัด  กล่าวว่า ปีนี้จะมุ่งรักษาการเป็นผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กเอาไว้  โดยตั้งเป้าหมายทิ้งระยะห่างส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งขันอันดับ 2 อย่างน้อย 5% ส่วนสมาร์ทโฟน  และแท็บเลต   ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงนั้นจะขยายช่องทางจำหน่ายไปยังรีเทลโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมากขึ้นจากเดิมทำตลาดผ่านโอเปอเรเตอร์
    ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนราว 5%  โดยปีที่ผ่านมามียอดขายราว 7 แสนเครื่อง  คิดเป็นสัดส่วนราว 5% ของตลาด   ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสวมใส่  (Wearable Device)  นั้นที่ผ่านมาตลาดตอบรับดี ซึ่งในครึ่งปีหลังของปีนี้มีสัญญาณบวก   เนื่องจากจะมีผลิตภัณฑ์เข้ามาในตลาดมากขึ้น   ซึ่งการแข่งขันจะเป็นตัวผลักดันให้ราคาลดลง  โดยในกลุ่มตลาดดังกล่าวนั้นคาดว่าการเติบโตจะเพิ่มขึ้นเป็น 100%

_____________________________________________________










‘เอเซอร์’ดันไทยเป็นรีจินัลฮับภูมิภาคอินโดจีน



  เอเซอร์ ปรับทัพ-กลยุทธ์สู้ศึกตลาดไอทีปี 58 ดันไทยเป็นรีจินัลฮับตลาดอินโดจีน พร้อมชูแนวคิด "Synergized Power of Digital"   ประสานพลังทำตลาดภูมิภาคอินโดไชน่า  เร่งนำผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งโครมบุ๊ก-โครมบ็อกซ์  ขยายตลาดองค์กร เชื่อปีนี้เศรษฐกิจฟื้น ภาครัฐ-เอกชนเดินหน้าลงทุน ขณะที่โน้ตบุ๊กวางช่องทางมาร์เก็ตแชร์ทิ้งห่างคู่แข่ง 5%
    อลัน เจียงอลัน เจียงนายอลัน เจียง  ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้ทำการปรับโครงสร้างภายในองค์กรใหม่  โดยตนได้ขึ้นมาดูแลประเทศไทยแทนนายแฮรี่ หยาง  ซึ่งก้าวขึ้นไปดูตลาดภูมิภาคอินโดจีน  ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของบริษัทแม่ ที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางของตลาดภูมิภาคอินโดจีน  ประกอบด้วย 5 ประเทศหลัก คือไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม  และเมียนมาร์
    พร้อมกันนั้นยังได้มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจใหม่ภายใต้  "Synergized Power of Digital"  ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติหลัก คือ 1.ภูมิศาสตร์  ที่มองตลาดภูมิภาคอินโดจีน เป็นตลาดเดียว  และมีการแบ่งปันทรัพยากร ทั้งการบริหารจัดการ, บุคลากร, การตลาด, ผลิตภัณฑ์ , อะไหล่  รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานไอที และการให้บริการ ซึ่งกันและกัน    ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ราว 10% ,  2.เพิ่มมูลค่า  ภายใต้แนวคิด ฮาร์ดแวร์ พลัส  ซอฟต์แวร์ พลัส  และเซอร์วิส โดยภายในปีนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่  ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ  โน้ตบุ๊ก  แท็บเลต  และสมาร์ทโฟน ที่ออกสู่ตลาดจะมีการติดตั้งเทคโนโลยี  BYOC  (Build Your Own Cloud)  ซึ่งเป็นคลาวด์ส่วนบุคคลมาให้กับผู้ใช้  โดยเอเซอร์ ต้องการสร้างระบบนิเวศ หรือ อีโคซิสเตม ที่เป็นระบบเปิดขึ้นมา  โดยในขั้นแรก คือ ต้องการสร้างฐานผู้ใช้ BYOC ขึ้นมา 1 ล้านราย  ขั้นที่ 2 คือ สร้างอีโคซิสเตมขึ้นมาโดยเปิดให้นักพัฒนาไทยเข้ามาสร้างแอพพลิเคชัน  และขั้นสุดท้าย สร้างรูปแบบธุรกิจใหม่  ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ  ครอบคลุมทั้งตลาดคอนซูเมอร์  และคอมเมอร์เชียล ขึ้นมา  ขณะที่กลุ่มคอมเมอร์เชียล จะมีเทคโนโลยี คลาวด์ สมาร์ท พอร์ทัล มาช่วยลูกค้าในการจัดการบริหาร  และการแบ่งปันข้อมูลในองค์กร
    สุดท้ายคือ นวัตกรรม โดยในปีนี้จะมี โครมบุ๊ก (Chrome book) และ โครมบ็อกซ์  (Chrome Box) เข้ามาทำตลาด  ซึ่งจะเริ่มนำร่องกลุ่มลูกค้าองค์กรก่อน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยองค์กรประหยัดค่าใช้จ่าย  และง่ายต่อการบริหารจัดการ
    ในครึ่งปีแรกของ 2558 เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคอนซูเมอร์ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ท็อปตัวเล็ก Acer REVO One, พรีเมียมอัลตราบุ๊ก Acer Aspire S7, เกมมิ่งโน้ตบุ๊กอย่าง Acer V Nitro หรือ Acer Liquid Talk S แท็บเลตที่สามารถโทร.ออกได้   ส่วนในกลุ่มคอมเมอร์เชียลนั้น นอกจากตัวผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก พีซี สตอเรจ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เอเซอร์ได้พัฒนาโซลูชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Private Dropbox Solution หรือ DVI Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานในองค์กร อีกทั้งยังมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลด้วยระบบการจัดเก็บข้อมูลบน BYOC ของเอเซอร์ สำหรับภาคการศึกษานั้นเอเซอร์ได้นำเสนอเอเซอร์ โครมบุ๊ก    โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมโครมโอเอส ซึ่งนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในสหรัฐอเมริกา ด้วยอินเตอร์เฟซการใช้งานบวกด้วยโซลูชันที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เอเซอร์มั่นใจว่า โครมบุ๊กจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากภาคการศึกษาและองค์กรต่างๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดี"
    นายอลัน เจียง  กล่าวต่ออีกว่าปีนี้บริษัทจะมุ่งให้ขยายตลาดคอมเมอร์เชียลมากขึ้นโดยมองว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นกลับคืนมา  และมีการลงทุนภาครัฐและเอกชน ซึ่งคาดว่าปีนี้สัดส่วนลูกค้าคอมเมอร์เชียล จะเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปีที่ผ่านมา เป็น 25%  และคาดว่าภายใน 3 ปี ข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 40%
    สำหรับปี 2557 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายชะลอตัว 7%  ขณะที่ตลาดร่วมชะลอตัว 17%  โดยในส่วนโน้ตบุ๊ก เอเซอร์มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 28%  โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมามีส่วนแบ่งการตลาดคอนซูเมอร์โน้ตบุ๊กสูงสุด 38 %  เนื่องจากคู่แข่งหลายรายหายไปจากตลาด
    ด้านนายนิธิพัทธ์  ประวีณวงศ์วุฒิ  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์  คอมพิวเตอร์  จำกัด  กล่าวว่า ปีนี้จะมุ่งรักษาการเป็นผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กเอาไว้  โดยตั้งเป้าหมายทิ้งระยะห่างส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งขันอันดับ 2 อย่างน้อย 5% ส่วนสมาร์ทโฟน  และแท็บเลต   ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงนั้นจะขยายช่องทางจำหน่ายไปยังรีเทลโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมากขึ้นจากเดิมทำตลาดผ่านโอเปอเรเตอร์
    ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนราว 5%  โดยปีที่ผ่านมามียอดขายราว 7 แสนเครื่อง  คิดเป็นสัดส่วนราว 5% ของตลาด   ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสวมใส่  (Wearable Device)  นั้นที่ผ่านมาตลาดตอบรับดี ซึ่งในครึ่งปีหลังของปีนี้มีสัญญาณบวก   เนื่องจากจะมีผลิตภัณฑ์เข้ามาในตลาดมากขึ้น   ซึ่งการแข่งขันจะเป็นตัวผลักดันให้ราคาลดลง  โดยในกลุ่มตลาดดังกล่าวนั้นคาดว่าการเติบโตจะเพิ่มขึ้นเป็น 100%



http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=264346:2015-02-06-04-15-51&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491#.VNrba0JAeuw