So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

05 กุมภาพันธ์ 2558 (บทความ) ไขรหัสลับ A E J หมัดฮุกบุกตลาดสมาร์ทโฟน สไตล์ 'ซัมซุง' // A สมาร์ทโฟนราคากลางตั้งแต่ระดับหมื่นบาทขึ้นไป, E ราคาต่ำกว่าหมื่นบาทลงมา, J มีราคาต่ำกว่า 5,000 บาท

ประเด็นหลัก


รหัสลับ A E J?
จากเดิมที่มีมือถือเปิดตัวสู่ตลาดราวๆ 25-30 รุ่นต่อปี ในปีนี้เราก็ยังคงจำนวนใกล้เคียงกัน แต่มีเรื่องใหม่... คือการแบ่งสายผลิตภัณฑ์ใหม่ จากที่ผ่านมาซึ่งเป็นการนำเสนอเป็นรุ่นๆ ก็จะเป็นการนำเสนอเป็นซีรีส์ผ่าน 3 กลุ่มหลัก คือ A , E , J โดยกลุ่มเอ ซีรีส์ จะเป็นสมาร์ทโฟนราคากลางตั้งแต่ระดับหมื่นบาทขึ้นไป ส่วนอี ซีรีส์ จะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่าหมื่นบาทลงมา และกลุ่มเจ ซีรีส์ ก็จะมีราคาต่ำกว่า 5,000 บาท ซึ่งข้อดีของการแบ่งกลุ่มเช่นนี้ก็จะทำให้ลูกค้าสามารถจดจำและเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ก็จะเลือกสินค้าเข้ามาทำตลาดตามความเหมาะสม เช่น ในต่างประเทศขณะนี้มีกาแลคซี่ เอ ซีรีส์เปิดตัวแล้วทั้งหมด 3 รุ่น คือ เอ3 , เอ5 , เอ7 แต่ในประเทศไทยจะมีแค่รุ่นเอ5 กับ เอ7 มาทำตลาด เนื่องจากเราพิจารณาตามความเหมาะสม


_____________________________________________________












ไขรหัสลับ A E J หมัดฮุกบุกตลาดสมาร์ทโฟน สไตล์ 'ซัมซุง'


ซัมซุง ประกาศแบ่งสายผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ซีรีส์ สร้างการเข้าถึงและจดจำสินค้าไปยังผู้บริโภค ลุยตลาดสมาร์ทโฟนราคากลาง-ล่างด้วยกลยุทธ์ใหม่ พร้อมเผยเทรนด์ผู้บริโภคที่คาดการณ์…

สมาร์ทโฟน... พูดถึงคำนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะนอกจากจะเห็นผู้คนพากันถือติดมือ ก้มหน้าก้มตากดอยู่เป็นประจำ ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนก็ยังกลายเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนใช้เป็นเครื่องประดับ บ่งบอกถึงรสนิยมและความชื่นชอบในเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอีกด้วย



ประเดิมรหัสแรกด้วย เอ ซีรีส์ 2 รุ่น

จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภค จึงกลายเป็นที่มาของการแข่งขันที่ร้อนระอุในตลาดมือถือเพื่อช่วงชิงลูกค้า จนเรียกได้ว่าความดุเดือดนั้นทวีความรุนแรงขึ้นไม่เว้นวัน จึงไม่น่าแปลกใจที่เราได้เห็นบรรยากาศกระหน่ำราคาจากบบรรดาค่ายมือถือ ทั้งอินเตอร์แบนด์ เฮ้าส์แบนด์ แบรนด์จีน จนกลายเป็นสงครามราคาที่คุ้นตา หากค่ายอื่นลด ฉันก็ขอลดด้วย! อะไรทำนองนี้ โดยเฉพาะมือถือระดับกลาง ราคาตั้งแต่ 10,000 บาท ยิ่งไม่ต้องพูดถึง... เพราะเห็นๆ อยู่ว่าพยายามสรรหาโปรโมชั่นมาเอาใจ หลอกล่อผู้บริโภคอยู่เสมอ พูดไปก็อาจจะกลายเป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ จะได้มีทางเลือกหลากหลายในระดับราคาที่มีแต่จะลดลง

และแน่นอนว่า... หากพูดถึงสมาร์ทโฟน "ซัมซุง" ก็คงเป็นแบรนด์หนึ่งที่อยู่ในใจใครหลายคน ว่ากันว่า... เรื่องราวของเทคโนโลยีนั้น ทั้งผู้พัฒนาและผู้ใช้งานต่างไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ ซัมซุงเองก็เช่นกัน! หลังจากล่วงเข้าปีใหม่มาได้ 1 เดือน “บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด” ก็ได้เปิดเผยทิศทางธุรกิจปี 2015 ทันที พร้อมเปิดโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ที่ตั้งเป้าจะมาคว้าชัย คว้าใจคนไทยรุ่นใหม่อย่างสุดกำลัง...!



วิชัย พรพระตั้ง

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า มูลค่าตลาดรวมสมาร์ทโฟนปี 2015 อาจอยู่ที่ 103,000 ล้านบาท และอาจมีมูลค่าถึง 110,000 ล้านบาทในปี 2016

"ตลาดมือถือถูกผลักดันด้วยเทคโนโลยี ซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้ว ตลาดสมาร์ทโฟนยังสามารถขยายตัวได้อีกมากแม้ว่าคนใช้เครื่อง 2จี จะเปลี่ยนเป็นเครื่องที่รองรับ 3จีไปมากแล้วก็ตาม แต่เมื่อเราก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี 4จีอย่างเต็มรูปแบบก็เชื่อว่าตลาดมือถือจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยคาดว่ายอดขายมือถือรวมในปีนี้อาจอยู่ที่ 17 ล้านเครื่อง โดยแบ่งเป็นสมาร์ทโฟนกว่า 14 ล้านเครื่อง คิดเป็นสัดส่วนถึง 97% ขณะที่ฟีเจอร์โฟนอาจอยู่ที่ 3 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 7% เท่านั้น"

3หัวใจ ของซัมซุง?
นอกจากนี้ วิชัย ยังอธิบายอีกว่า จากการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดมือถือในปัจจุบัน แม้จะเป็นรายใหญ่แต่ก็ต้องปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขัน... ในปีนี้ซัมซุงจึงเน้นไปที่ 3 ปัจจัยหลัก อย่างการปรับดีไซน์และสร้างสายผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และการขยายช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อสร้างความแตกต่างและแข็งแกร่งให้ซัมซุงอย่างแท้จริง



เครื่องซ้าย... กาแลคซี่ เอ 7 จอ 5.5 นิ้ว ส่วนเครื่องขวา... เอ 5 จอ 5 นิ้ว

รหัสลับ A E J?
จากเดิมที่มีมือถือเปิดตัวสู่ตลาดราวๆ 25-30 รุ่นต่อปี ในปีนี้เราก็ยังคงจำนวนใกล้เคียงกัน แต่มีเรื่องใหม่... คือการแบ่งสายผลิตภัณฑ์ใหม่ จากที่ผ่านมาซึ่งเป็นการนำเสนอเป็นรุ่นๆ ก็จะเป็นการนำเสนอเป็นซีรีส์ผ่าน 3 กลุ่มหลัก คือ A , E , J โดยกลุ่มเอ ซีรีส์ จะเป็นสมาร์ทโฟนราคากลางตั้งแต่ระดับหมื่นบาทขึ้นไป ส่วนอี ซีรีส์ จะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่าหมื่นบาทลงมา และกลุ่มเจ ซีรีส์ ก็จะมีราคาต่ำกว่า 5,000 บาท ซึ่งข้อดีของการแบ่งกลุ่มเช่นนี้ก็จะทำให้ลูกค้าสามารถจดจำและเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ก็จะเลือกสินค้าเข้ามาทำตลาดตามความเหมาะสม เช่น ในต่างประเทศขณะนี้มีกาแลคซี่ เอ ซีรีส์เปิดตัวแล้วทั้งหมด 3 รุ่น คือ เอ3 , เอ5 , เอ7 แต่ในประเทศไทยจะมีแค่รุ่นเอ5 กับ เอ7 มาทำตลาด เนื่องจากเราพิจารณาตามความเหมาะสม

"เชื่อว่าการแบ่งกลุ่มสินค้าเอ อี เจ จะทำให้เรามุ่งไปได้อย่างมีแนวทางมากขึ้น ผู้บริโภคเองก็จะได้รับสารอย่างชัดเจนจากซัมซุงและจดจำได้ง่าย ในปีนี้อาจมีสินค้าออกมาประมาณ 10-15 รุ่น โดยกลุ่มเอและอี ก็จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่จะมาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงใจขึ้น กับภาพลักษณ์ที่สวยงาม หรูหรา ฟังก์ชั่นการใช้งานครบ และมาในราคาคุ้มค่า ส่วนสินค้านอกสายผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ซีรีส์นี้ก็จะยังทำตลาดตามปกติในรุ่นที่ได้รับความนิยมทั้งกลุ่มราคาระดับบน กลาง และล่าง เรียกว่ากลุ่มเอส ซีรีส์ และโน้ต จะเป็นหัวหอกในราคาบน ส่วนการมาของเอ อี เจ ก็จะตอบโจทย์ในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปได้มากขึ้น"

เกาะกระแส คนไทยชอบอะไร?
แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคสำหรับกลุ่มสินค้ามือถือนั้น... ตลาดมือถือหน้าจอใหญ่ยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ซึ่งสมาร์ทโฟน 3จี ก็จะเข้ามาครองตลาดอย่างเต็มตัวแทนที่สมาร์ทโฟนทั่วไปและบรรดาฟีเจอร์โฟนที่ตกรุ่นไปตามๆ กัน โดยในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานก็จะเน้นที่หน้าจอใหญ่ กล้องถ่ายภาพสวย และการเชื่อมต่อโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วง่ายดาย ส่วนอุปกรณ์กลุ่มแวร์เอเบิลก็จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและมีจำนวนมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีการคาดการณ์ว่ายอดขายอุปกรณ์กลุ่มดังกล่าวจะมีจำนวนแตะ 1 ล้านชิ้นในปีนี้ เนื่องจากกำลังได้รับความนิยม



นี่ไม่ใช่ท่าแอ๊บแบ๊ว แต่เป็นฟังก์ชั่นแบมือเพื่อสั่งถ่ายภาพอัตโนมัติ

เปิดตลาด ลุยต่อ รุกหนัก?
เราเปิดตลาดมือถือจอใหญ่ด้วยรุ่นกาแลคซี่ แกรนด์ (Galaxy Grand) และประสบความสำเร็จอย่างมากกับรุ่นกาแลคซี่ แกรนด์ 2 (Galaxy Grand 2) ที่ขายได้มากที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ใช่แค่รุ่นเดียว เรายังมีกาแลคซี่ โน้ต (Galaxy Note) ที่ถือเป็นความแข็งแกร่งของซัมซุงด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีสิทธิพิเศษเพื่อลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นกาแลคซี่ กิฟท์ (Galaxy Gift) ซึ่งได้การตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวไทย มียอดดาวน์โหลดถึง 3 ล้านครั้ง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นสัญญาณว่าเราจะต้องเดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์และบริการต่างๆ แก่ลูกค้าต่อไป

ไม่สู้...สงครามราคา?
แม้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนราคากลางจะมีการห่ำหั่นกันด้วยสงครามราคาอย่างหนักหน่วง แต่เรายืนยันว่าไม่เล่นสงครามนี้ เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมาย หากรายอื่นแข่งด้วยราคาซัมซุงขอแข่งด้วยบริการ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีทั้งแบรนด์จีนมากมายหรืออินเตอร์แบรนด์เครื่องจีนแข่งราคากันเต็มที่ แต่สุดท้ายก็หายจากตลาดไปจนแทบไม่เหลือมีเพียงแค่รายใหญ่ไม่กี่ราย ซึ่งกลายเป็นว่าการแข่งขันของรายใหญ่นั้นจะอยู่ที่เรื่องของนวัตกรรม ดังนั้นขอแข่งขันที่บริการจะเหมาะสมกว่า และมุมมองของซัมซุงคือเราจะแข่งอย่างไรให้สามารถครองตลาดได้

"สิ่งที่บอกได้วันนี้คือเรากำลังเปลี่ยนรูปแบบการเล่นในตลาด คิดแค่ว่าจะทำอะไรให้ลูกค้าได้เห็นว่าเรานึกถึงเขาเป็นหลัก ซัมซุงมอบอะไรให้เขาได้มากกว่าที่รายอื่นในตลาดมีให้ นั่นคือสิ่งที่เราจะมุ่งไปในปีนี้..."



http://www.thairath.co.th/content/478948