So Magawn

.
.
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 มีข้อมูลมากกว่า 7000 ประเด็นข่าวและ 30000ชิ้นอย่างละเอียด (บล็อกนี้ทำด้วยความสนใจใฝ่รู้ และอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว โดยยึดหลักการอ้างอิงที่มาของข้อมูลทุกเรื่องเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและการอ้างอิงต่อไป)
(ไร้ โฆษณาและรายได้ในการจัดทำ)

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

30 มกราคม 2558 ช่อง 3 มีผู้จัดละครทั้งสิ้นกว่า 30 ทีม โดยนโยบายของช่องเน้นไปที่การผลิตให้เสร็จก่อนนำไปออกอากาศ แต่ยอมรับว่าละครที่ถ่ายไปออกอากาศไป ผู้ชมมีส่วนร่วมมากกว่า อนาคตอาจปรับแนวทางใหม่ แต่อย่างน้อยต้องถ่ายทำให้ได้แล้ว 80% ก่อนออกอากาศ

ประเด็นหลัก

นายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ละครของช่อง 3 ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรลงตัว ทั้งตัวนักแสดงอาจต้องปรับเปลี่ยนอีก ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถลงในรายละเอียดได้

ก่อนหน้านี้ นางสาวปิยวดี มาลีนนท์ กรรมการ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่อง 3 มีผู้จัดละครทั้งสิ้นกว่า 30 ทีม โดยนโยบายของช่องเน้นไปที่การผลิตให้เสร็จก่อนนำไปออกอากาศ แต่ยอมรับว่าละครที่ถ่ายไปออกอากาศไป ผู้ชมมีส่วนร่วมมากกว่า อนาคตอาจปรับแนวทางใหม่ แต่อย่างน้อยต้องถ่ายทำให้ได้แล้ว 80% ก่อนออกอากาศ




_____________________________________________________












"ดิจิทัล"แห่ปั้นละครกระชากเรตติ้ง ท้าชน"วิก7สี-พระราม4"ผู้จัดเนื้อหอมงานล้นมือ



ละครหลังข่าวเดือด "ทีวีดิจิทัล" เปิดสงครามจอแก้ว แกรมมี่ชนช่อง 3-ช่อง 7 ฉุดเรตติ้งคนดู โอกาสทอง "ผู้จัด" หน้าเก่า-หน้าใหม่เร่งผลิตละครดังป้อน หลังเห็นสูตรสำเร็จ "ช่องวัน-แกรมมี่" แจ้งเกิดสำเร็จ เผยตัวเลขเรตติ้งล่าสุด ช่อง 7 นำโด่ง เวิร์คพอยท์-โมโน-ช่อง 8-ช่องวัน-ไทยรัฐ เกาะกลุ่มหัวขบวน จับตา "ช่องข่าว" ยังไม่กระเตื้อง

เดิมพันที่สูงลิ่วของผู้ประกอบการฟรีทีวีเดิม (ช่อง 3, 5, 7, 9) ซึ่งถูกท้าชิงโดยทีวีดิจิทัลช่องใหม่ จุดกระแสให้ "ละครหลังข่าว" มีความเคลื่อนไหวรอบใหม่เกิดขึ้น เมื่อสเต็ปการแข่งขันเพื่อช่วงชิง "เรตติ้ง" ต่างพุ่งตรงไปที่ละคร ซึ่งถือเป็นคอนเทนต์แม่เหล็กดึงความสนใจของผู้ชมได้ทุกยุคทุกสมัย

จากที่ผ่านมาเจ้าตลาดฟรีทีวี ช่อง 7 ได้สร้างเอกลักษณ์ของช่องด้วยละครหลังข่าว จึงเก็บฐานผู้ชมต่างจังหวัดไปแบบสบาย ๆ ด้วยเรตติ้งสูงลิ่ว ส่งผลให้โฆษณาสูงสุดถึง 5 แสนบาทต่อนาที ขณะที่ช่อง 3 ได้สร้างละครในแบบฉบับของตัวเอง เจาะกลุ่มคนเมือง และประสบความสำเร็จงดงามเช่นกัน

ล่าสุด "ช่องวัน" ของแกรมมี่ ภายหลังจากปล่อยละคร "สงครามนางงาม" เป็นละครอินเตอร์แอ็กทีฟเรื่องแรก ออกอากาศตั้งแต่เดือนตุลาคม สามารถดึงเรตติ้งคนดูแซงหน้าช่องอื่น ๆ ขึ้นมา จนได้รับการยอมรับจากเอเยนซี่ ส่งผลให้หลาย ๆ ช่องเดินตามแนวทางนี้

"ช่องวัน" แกรมมี่ชนช่อง 3

แหล่งข่าวในบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กลยุทธ์ของ "ช่องวัน" จะเดินหน้าผลิตละครหลังข่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ "จีเอ็มเอ็ม ชาแนล" จะเน้นตลาดวัยรุ่น ทำให้ทั้ง 2 ช่องมีฐานคนดูแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมากลยุทธ์นี้ทำให้เรตติ้งของช่องวันดีขึ้นมาก แต่ยอมรับว่าทำให้ละครของ "ช่องวัน" ต้องชนกับช่อง 3 โดยตรง มั่นใจว่าไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้จะหลุดจากภาวะขาดทุน และเริ่มทำกำไรได้

"ละครหลังข่าวจะอยู่ภายใต้การดูแลของคุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งขณะนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของช่อง ทำให้การตัดสินใจต่าง ๆ รวดเร็วกว่าเดิมที่คุณบอยมีบทบาทเพียงแค่การบริหารช่องเท่านั้น"

นายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ละครของช่อง 3 ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรลงตัว ทั้งตัวนักแสดงอาจต้องปรับเปลี่ยนอีก ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถลงในรายละเอียดได้

ก่อนหน้านี้ นางสาวปิยวดี มาลีนนท์ กรรมการ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่อง 3 มีผู้จัดละครทั้งสิ้นกว่า 30 ทีม โดยนโยบายของช่องเน้นไปที่การผลิตให้เสร็จก่อนนำไปออกอากาศ แต่ยอมรับว่าละครที่ถ่ายไปออกอากาศไป ผู้ชมมีส่วนร่วมมากกว่า อนาคตอาจปรับแนวทางใหม่ แต่อย่างน้อยต้องถ่ายทำให้ได้แล้ว 80% ก่อนออกอากาศ

เร่งสปีดอุตลุด

นางสาวพเยาว์ ธรรมธีรสุนทร หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์สื่อทีวี มายด์แชร์ชี้ว่า ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ทีวีดิจิทัลออกอากาศ ดังนั้นทุกช่องจึงต้องปล่อยคอนเทนต์แม่เหล็กออกมาเรียกเรตติ้ง เพื่อปั้นให้ติด 1 ใน 5 ให้เร็วที่สุด ซึ่งหลายช่องเริ่มปล่อยออกมาตั้งแต่ปลายปีก่อน ทำให้เรตติ้งมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าละครยังดึงความสนใจจากผู้ชมได้ดี สะท้อนจาก "ช่องวัน" มีเรตติ้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

"ช่วงนี้หลายช่องเริ่มเปิดตัวผังรายการใหม่ เช่น เวิร์คพอยท์ พีพีทีวี ช่อง 8 ส่วนบางช่องก็ปรับผังรายการเป็นการภายใน คาดว่าหลังจบไตรมาส 1 น่าจะได้เห็นความชัดเจนของเรตติ้งในแต่ละช่อง"

แหล่งข่าวในวงการทีวีดิจิทัลกล่าวว่า ที่ผ่านมาหลาย ๆ ช่องเริ่มมีรายการที่บ่งบอกบุคลิกของตัวเองที่ชัดเจนขึ้น เริ่มมีคนดูกลุ่มประจำ และทำให้ตัวเลขเรตติ้งดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยอมรับว่าหลายช่องยังตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะช่องข่าว เนื่องจากเนื้อหาการนำเสนอสร้างความแตกต่างได้ยาก ไม่เหมือนช่องทั่วไปที่พลิกแพลงรายการได้ง่ายกว่า

ทั้งนี้ รายงานข่าวเปิดเผยตัวเลขเรตติ้งล่าสุด 10 อันดับแรกว่า ช่อง 7 ยังมีคนดูสูงสุด ตามด้วยช่อง 3, เวิร์คพอยท์, ช่อง 9, โมโน 29, ช่อง 8, ช่อง 5, ไทยพีบีเอส, ช่องวัน, ไทยรัฐทีวี

ช่อง 8 ตามรอยฟรีทีวี

ไม่เพียงช่อง 3 ช่อง 7 พิสูจน์แล้วว่าโมเดลคอนเทนต์ละครประสบความสำเร็จ ดึงผู้ชมได้จริงเท่านั้น นายองอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ถ้าพื้นฐานช่องคือ วาไรตี้ คอนเทนต์แม่เหล็กคงหนีไม่พ้นละคร เกมโชว์ เพื่อเจาะผู้ชมกลุ่มแมส ซึ่งคอนเทนต์ละครถือว่าตอบโจทย์ และดึงความสนใจของผู้ชมให้อยู่กับช่องได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ยอมรับว่า ช่อง 8 ใช้ละครเป็นตัวนำสร้างชื่อให้แก่ช่อง โดยมีจุดเด่นคือ ดราม่าเข้มข้น โดยในไตรมาส 2 นี้เตรียมเพิ่มละครใหม่เป็น 3 เรื่อง ออกอากาศช่วงค่ำครบทั้ง 7 วัน จากปัจจุบัน 2 เรื่อง 5 วัน รวมทั้งจะเพิ่มคอนเทนต์กีฬา วาไรตี้มาเสริม เพื่อเตรียมความพร้อมกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น

"พีพีทีวี" เดินหน้าเสิร์ฟ

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ผู้บริหารช่อง "พีพีทีวี เอชดี" ฉายภาพว่า ละครคือแม่เหล็กที่ดึงเรตติ้งและความสนใจของผู้ชมได้เป็นอย่างดี ล่าสุดเตรียมปล่อยละครเรื่องแรก "เพลิงดาว" ซึ่งได้ "เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร" มาเป็นผู้จัด มีเป้าหมายเพื่อขยายฐานผู้ชมกลุ่มคนเมือง และแมสเพิ่มขึ้น

"ปีนี้มีละครทั้งหมด 6 เรื่อง จะเริ่มออนแอร์ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ยาวถึงต้นปี 2559 หลังจากละครออนแอร์ คาดว่าจะสามารถดึงความสนใจของผู้ชมและเพิ่มเรตติ้งให้แก่ช่องได้ในเวลาอันรวดเร็ว"

ฟาก "ทรูโฟร์ยู" ได้ปล่อยละครมาออกอากาศช่วง 20.15-21.15 น. ตั้งแต่ปลายปีก่อน 2 เรื่องต่อสัปดาห์ เช่นเดียวกับ "เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ" ปล่อยซีรีส์ "7 วันจองเวร" ออกอากาศคืนวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อสร้างทางเลือกให้ผู้ชม

โอกาสทองผู้จัด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การที่แต่ละช่องวิ่งหาละครแม่เหล็กมาออกอากาศ ทำให้ผู้จัดละครเนื้อหอมไปด้วย อาทิ ฉลอง ภักดีวิจิตร เตรียมหอบละคร 2 เรื่อง อังกอร์ และตามล่าสองหมื่นไมล์ ย้ายจากช่อง 7 มาซบช่อง 3 ส่วนกันตนาปัดฝุ่นละคร "ทายาทอสูร" เตรียมออกอากาศทางช่อง 3 เช่นกัน ขณะที่ช่อง 7 เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้นักแสดงในสังกัดผันตัวมาเป็นผู้จัดละครมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับช่อง 3

ฟากนักปั้นมือทอง "เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร" ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดมองว่า จำนวนช่องที่เพิ่มขึ้นถือเป็นโอกาสทองของผู้จัดทั้งเก่าและใหม่ ปัจจุบันมีละครเตรียมออกอากาศทางพีพีทีวี 1 เรื่อง และอยู่ระหว่างพิจารณาอีก 1-2 เรื่อง ใช้งบฯผลิตใกล้เคียงกับช่องอื่น ๆ คือราว 20 ล้านบาทต่อเรื่อง (24 ตอน) เฉลี่ยตอนละ 800,000 บาท

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1422465342